หมอเฉลย กินหวานมาก ทำให้ดุจริงหรือ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
หมอเฉลย กินหวานมาก ทำให้ดุจริงหรือ?

นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและโภชนวิทยาคลินิก และ นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊ก คุยกับหมอฆนัท เกี่ยวกับ การกินหวานมาก ทำให้ดุจริงหรือ? โดยระบุว่า

สรุปข่าว

หมอเฉลย กินหวานมากๆ กระตุ้นอารมณ์แปรปรวน ทำให้ดุขึ้น จริงหรือไม่?

นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและโภชนวิทยาคลินิก และ นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊ก คุยกับหมอฆนัท เกี่ยวกับ การกินหวานมาก ทำให้ดุจริงหรือ? โดยระบุว่า

กินหวานมาก ทำให้ดุจริงหรือ? 

วันนี้ หมอได้ยินแว่วๆน้องที่คลินิกเขาสนทนากัน “เนี่ย กินของหวานเยอะแน่ๆถึงได้ดุขนาดนี้”

ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะครับ แต่ได้ยินแล้วแอบอดขำไม่ได้

วันนี้เลยถือโอกาสจะเขียนเรื่องนี้เลย ว่าจริงไหม กินหวานมากๆแล้วทำให้ดุ

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงคำกล่าวเล่นๆ แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้มีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับอยู่จริง นะครับ

ไม่ใช่ว่ากินหวานแล้วจะกลายเป็นคนดุทันทีเหมือนกดสวิตช์ แต่การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราได้อย่างชัดเจน

ทำไมหวานถึงกระตุ้นอารมณ์?

สาเหตุสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือด ครับ เมื่อเรากินของหวาน น้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกเราจะรู้สึกตื่นตัว มีพลังงาน และอารมณ์ดี แต่ไม่นานร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาจัดการน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลตกลงอย่างรวดเร็ว 

เรียกว่า "ภาวะน้ำตาลตกตัว" ภาวะนี้เองที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย กระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย และอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายมากครับ

อีกสาเหตุหนึ่งคือ กลไกของสมอง น้ำตาลกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข เมื่อเรากินหวานบ่อยขึ้น สมองจะคุ้นเคยและต้องการมากขึ้นเหมือนกลไกการเสพติด หากไม่ได้รับความหวังตามที่ต้องการ ก็จะเกิดอาการหงุดหงิดและอยากกินมากขึ้นเป็นการตอบสนอง

ในระยะยาว การรับน้ำตาลมากเกินไปยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่บริโภคน้ำตาลในปริมาณมาก มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลสูงขึ้นถึงร้อยละ 20–30 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินน้อย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่กินหวานจะเป็นคนดุเสมอไป ผลกระทบจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณที่บริโภค สภาพร่างกาย การนอนหลับ และพฤติกรรมการกินอาหารโดยรวม

สำหรับเด็ก อาการนี้มักจะเห็นได้ชัดกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายของเด็กมีขนาดเล็กและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลได้ไวกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะเป็นเช่นนั้น

และที่สำคัญที่สุด สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ใครบางคนดุหรือหงุดหงิดง่าย มักไม่ได้มาจากน้ำตาลเพียงอย่างเดียว สาเหตุหลักๆ มักเป็นเรื่องของการนอนไม่พอ การขาดน้ำ ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน น้ำตาลเพียงแค่ทำให้อาการเหล่านั้นแย่ลงได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

แล้วจะปรับพฤติกรรมอย่างไรให้อารมณ์เสถียร

การลดความหวานไม่จำเป็นต้องหักดิบทันที การค่อยๆ ลดลงทีละนิดจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่า และไม่ทำให้หงุดหงิดจากการงดอาหาร

เคล็ดลับที่ช่วยได้ ได้แก่

  • กินของหวานคู่กับโปรตีนหรือไขมัน เช่น ทานคู่กับนม ถั่ว หรือชีส จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลไม่พุ่งและไม่ตกลงอย่างรวดเร็ว
  • จำกัดปริมาณน้ำตาล ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
  • เลือกของหวานที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้สด หรือเมนูที่ใช้ความหวานจากธรรมชาติแทนน้ำตาลทราย
  • สังเกตอาการตัวเอง หากรู้สึกอารมณ์แปรปรวนบ่อย หรือกระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ควรไปตรวจระดับน้ำตาลและสุขภาพโดยรวมเพื่อความมั่นใจ

สรุปแล้ว กินหวานไม่ได้ทำให้ดุทันทีเหมือนเวทมนตร์ แต่การกินมากเกินไปเป็นเวลานาน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เสถียร ส่งผลให้ควบคุมอารมณ์ยากขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้ทั้งร่างกายและอารมณ์ของเราแข็งแรงและมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาวครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและโภชนวิทยาคลินิก 

ที่มาข้อมูล : เพจ คุยกับหมอฆนัท

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย

แท็กบทความ