หงุดหงิดบ่อย อาจไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ แต่เพราะร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
หงุดหงิดบ่อย อาจไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ แต่เพราะร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ

เคยไหม วันที่ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ นอกจากจะรู้สึกกระหายน้ำแล้ว ยังรู้สึก เหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ หรืออารมณ์ไม่ค่อยดี โดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร

เรื่องนี้อาจไม่ได้คิดไปเอง เพราะงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ภาวะขาดน้ำสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกได้ โดยเฉพาะความเหนื่อยล้า ความตื่นตัว และอารมณ์ในภาพรวม แม้ผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในทุกคนก็ตาม

สรุปข่าว

ขาดน้ำอาจทำให้อารมณ์เสียจริงหรือ? งานวิจัยพบว่า “ความรู้สึก” อาจเปลี่ยนเมื่อร่างกายขาดน้ำ

เคยไหม วันที่ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ นอกจากจะรู้สึกกระหายน้ำแล้ว ยังรู้สึก เหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ หรืออารมณ์ไม่ค่อยดี โดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร

เรื่องนี้อาจไม่ได้คิดไปเอง เพราะงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ภาวะขาดน้ำสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกได้ โดยเฉพาะความเหนื่อยล้า ความตื่นตัว และอารมณ์ในภาพรวม แม้ผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในทุกคนก็ตาม

เมื่อร่างกายขาดน้ำ อารมณ์ก็อาจเปลี่ยน

หนึ่งในงานวิจัยที่ศึกษาผลของการขาดน้ำต่อร่างกาย พบว่า เมื่อผู้เข้าร่วมมีภาวะขาดน้ำ พวกเขามีแนวโน้มรู้สึก เหนื่อยมากขึ้น อารมณ์แย่ลง และรู้สึกว่าการทำงานต่าง ๆ ยากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ

หลักฐานจากการทบทวนงานวิจัยหลายการทดลองก็พบแนวโน้มคล้ายกัน โดยในบางการศึกษา การดื่มน้ำหลังเกิดภาวะขาดน้ำสัมพันธ์กับการลดลงของ ความเหนื่อย ความโกรธ ความตึงเครียด ความสับสน และความรู้สึกซึมเศร้า พร้อมกับความกระฉับกระเฉงที่เพิ่มขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อร่างกายเสียสมดุลน้ำมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจไม่ได้มีแค่ “ความกระหาย” แต่อาจรวมถึง ความรู้สึกและอารมณ์ในระหว่างวัน ด้วย

แล้วขาดน้ำทำให้สมาธิลดลงด้วยหรือไม่?

ประเด็นนี้ยังต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

งานวิจัยบางส่วนพบว่า ภาวะขาดน้ำในระดับมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับการออกกำลังกายหรืออากาศร้อน อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและอารมณ์แย่ลง รวมถึงส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านการคิดบางด้าน

แต่ในทางกลับกัน การทบทวนงานวิจัยและเมตาอะนาลิซิสที่รวมการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าภาวะขาดน้ำทำให้ความสามารถด้านการคิดโดยรวมลดลงเสมอไป ผลการศึกษาจึงแตกต่างกันตามระดับการขาดน้ำ สภาพแวดล้อม และลักษณะการทดสอบ

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า “ดื่มน้ำน้อยแล้วสมองจะทำงานแย่ลงแน่นอน” แต่สิ่งที่พบค่อนข้างชัดในหลายการศึกษาคือ ความเหนื่อยล้าและอารมณ์อาจได้รับผลกระทบจากภาวะขาดน้ำ

ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำมาก

ในชีวิตประจำวัน การดูแลให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะวันที่ต้องออกกำลังกาย อยู่ในสภาพอากาศร้อน หรือเสียเหงื่อมาก เพราะการสูญเสียน้ำมากขึ้นอาจทำให้เกิดทั้งความเหนื่อยล้าและอาการไม่สบายตัวได้

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมากที่สุดเท่าที่ทำได้ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป ปริมาณน้ำที่เหมาะสมแตกต่างกันตามแต่ละคน รวมถึงอาหาร สภาพอากาศ กิจกรรม และสุขภาพของแต่ละคน

สรุป

ถ้าวันไหนรู้สึก หงุดหงิด เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง หรืออารมณ์ไม่ดี อย่าเพิ่งโทษความเครียดหรือการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว ลองนึกย้อนกลับไปด้วยว่า วันนี้ดื่มน้ำเพียงพอหรือยัง

เพราะหลักฐานจากงานวิจัยชี้ว่า ภาวะขาดน้ำสามารถเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ โดยเฉพาะความเหนื่อยล้าและความตื่นตัวที่ลดลง แม้ผลกระทบต่อสมาธิและความสามารถในการคิดจะยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนในทุกสถานการณ์

ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงไม่ใช่แค่เรื่องแก้กระหาย แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานของการดูแลร่างกายและความรู้สึกในแต่ละวันด้วย

ที่มาข้อมูล : PubMed

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย

แท็กบทความ

ภาวะขาดน้ำ
ดื่มน้ำน้อย
หงุดหงิด
อารมณ์สวิง
ขี้วีน