เหนื่อยง่าย ใจสั่น อย่าคิดแค่ว่า "อ่อนเพลีย" แพทย์ มช.เผย 5 สัญญาณเตือน "โรคหัวใจ"

Share on Line Share on Facebook Share on X
เหนื่อยง่าย ใจสั่น อย่าคิดแค่ว่า "อ่อนเพลีย" แพทย์ มช.เผย 5 สัญญาณเตือน "โรคหัวใจ"

ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที


5 สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม

1. แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก

อาการอาจเป็นลักษณะรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือค่อนไปทางซ้าย บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง ไหล่ หรือแขน โดยมักเกิดขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และอาการอาจทุเลาลงเมื่อหยุดพัก


อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น มีความถี่มากขึ้น หรือมีความรุนแรงกว่าเดิม


2. เหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากผิดปกติ

หากพบว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทั้งที่ทำกิจกรรมในระดับเดิม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินเป็นระยะทางสั้น ๆ แล้วเหนื่อยมากผิดปกติ ควรสังเกตอาการและพิจารณาเข้ารับการตรวจ


นอกจากนี้ หากมีอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม


3. ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นช้าผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน


หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดร่วมกับอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

สรุปข่าว

แพทย์ เตือนเหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือขาบวม อย่าคิดว่าแค่พักน้อยเพราะคือ 5 สัญญาณเตือนโรคหัวใจ กลุ่มเสี่ยงควรระวัง และหากเจ็บหน้าอกเฉียบพลันร่วมกับเหงื่อแตกหรือร้าวไปแขน ห้ามรอดูอาการ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที


5 สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม

1. แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก

อาการอาจเป็นลักษณะรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือค่อนไปทางซ้าย บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง ไหล่ หรือแขน โดยมักเกิดขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และอาการอาจทุเลาลงเมื่อหยุดพัก


อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น มีความถี่มากขึ้น หรือมีความรุนแรงกว่าเดิม


2. เหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากผิดปกติ

หากพบว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทั้งที่ทำกิจกรรมในระดับเดิม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินเป็นระยะทางสั้น ๆ แล้วเหนื่อยมากผิดปกติ ควรสังเกตอาการและพิจารณาเข้ารับการตรวจ


นอกจากนี้ หากมีอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม


3. ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นช้าผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน


หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดร่วมกับอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

4. วูบ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดบ่อย

อาการวูบหรือเป็นลมอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ


โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการร่วมกับใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์


5. เท้า ข้อเท้า หรือขาบวม

หากพบว่าข้อเท้า เท้า หรือขาทั้งสองข้างบวม โดยเฉพาะลักษณะบวมที่กดแล้วบุ๋ม อาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่


อย่างไรก็ตาม อาการบวมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด


ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดควรใส่ใจสุขภาพและตรวจประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง


นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่อายุน้อย มีภาวะน้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม


เจ็บหน้าอกแบบไหน ต้องรีบไปโรงพยาบาล?

หากมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับ เหงื่อออกมาก ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยหอบ หน้ามืด หรือปวดร้าวไปยังแขน คอ กราม หรือหลัง ไม่ควรรอดูอาการหรือคิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง แต่ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว


เพราะในภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจ การได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญ“

ดูแลหัวใจ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

การดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องรอจนมีอาการ แต่สามารถเริ่มได้จากการตรวจ


ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง