
อาชีพอย่างนักดับเพลิง พยาบาลห้องฉุกเฉิน หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย คือคนที่ร่างกายและจิตใจถูกตั้งค่าให้ "พร้อมรับมือ" ตลอดเวลา ทุกกะงานคือการวิ่งด้วยอะดรีนาลีน ทุกเหตุการณ์คือชีวิตของคนอื่น และทุกครั้งที่กลับบ้าน ไม่มีใครถามว่า
"แล้วแกเป็นยังไงบ้าง?"
สังคมมักมองคนกลุ่มนี้ว่า "ชินแล้ว" หรือ "แข็งแกร่งกว่าคนอื่น" แต่ในความเป็นจริง ความเครียดที่ไม่ได้ถูกประมวลผลกำลังสะสมอยู่ในร่างกายและจิตใจโดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวเลย
ระบบประสาทที่อยู่ในโหมด "Fight or Flight" นานเกินไป ส่งผลอย่างไร
ลองนึกภาพคอมพิวเตอร์ที่ถูกเปิดเครื่องค้างไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อใช้งานต่อเนื่องโดยไม่พัก ประสิทธิภาพก็ย่อมลดลงและมีค่าเสื่อมตามมา ระบบประสาทของเราก็เช่นกัน เมื่อร่างกายอยู่ในโหมดระวังภัยนานเกินไป อาจส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รู้สึกหมดพลัง นอนไม่หลับหรือฝันร้าย สะดุ้งตื่นบ่อย หงุดหงิดง่าย และบางคนอาจระเบิดอารมณ์หรือแสดงความก้าวร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนนำไปสู่รอยร้าวในความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดโดยไม่ตั้งใจ
ภาวะนี้ยังเชื่อมโยงกับอาการ Hyperarousal ใน PTSD ได้ด้วย คนกลุ่มนี้อาจมีภาวะตื่นตัวสูงกว่าปกติ สะดุ้งง่าย ผวาง่าย หวาดระแวง เหมือนร่างกายอยู่ในโหมด Standby เพื่อรอรับแรงปะทะตลอดเวลา และไม่เคยกลับสู่โหมดที่รู้สึกปลอดภัยได้จริงๆ
Compassion Fatigue ต่างจากความเหนื่อยธรรมดาอย่างไร และรู้ตัวได้ยากแค่ไหน
ความเหนื่อยธรรมดานั้น แค่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือลางานไปเที่ยว ร่างกายและพลังใจก็มักฟื้นกลับมาได้ แต่ Compassion Fatigue ไม่ใช่ความเหนื่อยจากการทำงานทั่วไป เป็นความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการต้องรับฟังและบำบัดทุกข์ของคนอื่นซ้ำๆ
จนเกิดความชินชาด้านอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจค่อยๆ จางลง และมีความเฉยชามากขึ้น
ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะภายนอกยังดูปกติและยังทำงานได้ หลายคนเมื่อรู้ตัวแล้วก็มักปลอบใจตัวเองว่า "เรายังไหว เดี๋ยวก็หาย"

สรุปข่าว
อาชีพอย่างนักดับเพลิง พยาบาลห้องฉุกเฉิน หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย คือคนที่ร่างกายและจิตใจถูกตั้งค่าให้ "พร้อมรับมือ" ตลอดเวลา ทุกกะงานคือการวิ่งด้วยอะดรีนาลีน ทุกเหตุการณ์คือชีวิตของคนอื่น และทุกครั้งที่กลับบ้าน ไม่มีใครถามว่า
"แล้วแกเป็นยังไงบ้าง?"
สังคมมักมองคนกลุ่มนี้ว่า "ชินแล้ว" หรือ "แข็งแกร่งกว่าคนอื่น" แต่ในความเป็นจริง ความเครียดที่ไม่ได้ถูกประมวลผลกำลังสะสมอยู่ในร่างกายและจิตใจโดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวเลย
ระบบประสาทที่อยู่ในโหมด "Fight or Flight" นานเกินไป ส่งผลอย่างไร
ลองนึกภาพคอมพิวเตอร์ที่ถูกเปิดเครื่องค้างไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อใช้งานต่อเนื่องโดยไม่พัก ประสิทธิภาพก็ย่อมลดลงและมีค่าเสื่อมตามมา ระบบประสาทของเราก็เช่นกัน เมื่อร่างกายอยู่ในโหมดระวังภัยนานเกินไป อาจส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รู้สึกหมดพลัง นอนไม่หลับหรือฝันร้าย สะดุ้งตื่นบ่อย หงุดหงิดง่าย และบางคนอาจระเบิดอารมณ์หรือแสดงความก้าวร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนนำไปสู่รอยร้าวในความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดโดยไม่ตั้งใจ
ภาวะนี้ยังเชื่อมโยงกับอาการ Hyperarousal ใน PTSD ได้ด้วย คนกลุ่มนี้อาจมีภาวะตื่นตัวสูงกว่าปกติ สะดุ้งง่าย ผวาง่าย หวาดระแวง เหมือนร่างกายอยู่ในโหมด Standby เพื่อรอรับแรงปะทะตลอดเวลา และไม่เคยกลับสู่โหมดที่รู้สึกปลอดภัยได้จริงๆ
Compassion Fatigue ต่างจากความเหนื่อยธรรมดาอย่างไร และรู้ตัวได้ยากแค่ไหน
ความเหนื่อยธรรมดานั้น แค่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือลางานไปเที่ยว ร่างกายและพลังใจก็มักฟื้นกลับมาได้ แต่ Compassion Fatigue ไม่ใช่ความเหนื่อยจากการทำงานทั่วไป เป็นความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการต้องรับฟังและบำบัดทุกข์ของคนอื่นซ้ำๆ
จนเกิดความชินชาด้านอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจค่อยๆ จางลง และมีความเฉยชามากขึ้น
ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะภายนอกยังดูปกติและยังทำงานได้ หลายคนเมื่อรู้ตัวแล้วก็มักปลอบใจตัวเองว่า "เรายังไหว เดี๋ยวก็หาย"

การ "ชา" หรือตัดอารมณ์ออกได้เก่ง เป็นกลไกป้องกันตัวเอง หรือสัญญาณอันตราย
การตัดอารมณ์ออกได้เก่งอาจดูเหมือนกลไกการป้องกันตัวเองที่ดี เพราะช่วยให้ทำงานต่อได้ในยามคับขัน แต่ถ้าหากกดอารมณ์ไว้นานเกินไปจนไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เคยกระทบใจเลย และติดค้างกลับมาจนกลายเป็นการตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึกในชีวิตประจำวัน นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าจิตใจข้างในแตกสลายปิดสนิทจนเกินกว่าจะรับรู้อารมณ์ใดๆ เพิ่มเติมได้แล้ว
เรื่องที่เห็นในที่ทำงานสะสมในจิตใต้สำนึกได้ไหม แม้ไม่ได้รู้สึกอะไรในตอนนั้น
แม้ในวินาทีที่เกิดเหตุจะรู้สึกว่า "ไม่ได้คิดอะไร งานก็คืองาน" แต่ภาพ เสียง หรือบรรยากาศจากเหตุการณ์ที่มีความเข้มข้นทางอารมณ์สูง เช่น ญาติที่กำลังร้องไห้ ภาพบาดแผลรุนแรง หรือความรู้สึกสิ้นหวังในห้องฉุกเฉิน ล้วนสะสมอยู่ในใจได้ เสมือนร่างกายเก็บร่องรอยความเจ็บปวดของคนอื่นไว้โดยไม่รู้ตัว
เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยแนวคิด Vicarious Trauma ที่เชื่อว่าบาดแผลทางจิตใจสามารถแพร่เชื้อผ่านการรับรู้ได้ เมื่อต้องรับรู้ความสูญเสียของผู้อื่นซ้ำๆ จิตใต้สำนึกจะค่อยๆ ซึมซับความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความสิ้นหวัง และความเจ็บปวดเหล่านั้นเข้ามา จนโลกทัศน์เปลี่ยนไป จากคนที่เคยรู้สึกว่าโลกปลอดภัย อาจกลายเป็นมองว่าโลกเต็มไปด้วยอันตรายและพร้อมจะพังทลายได้ทุกเมื่อ
ถ้าองค์กรไม่มีระบบ Psychological Debriefing ดูแลตัวเองได้อย่างไร
หากองค์กรที่สังกัดไม่มีระบบดูแลสุขภาพจิต มีวิธีเยียวยาตัวเองเบื้องต้นที่ทำได้จริงดังนี้
1. รีเซ็ตตัวเองหลังเลิกงานอย่างเป็นรูปธรรม เช่น อาบน้ำสระผมหรือเปลี่ยนชุดทำงานออกทันที
2. ฝึกการหายใจหรือเทคนิค Grounding เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและดึงตัวเองออกจากอาการคิดวน
3. หาเวลาให้ตัวเองได้หยุดพัก และทำในสิ่งที่ชอบ
4. พูดคุยกับคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
เพื่อปรับคลายอารมณ์
5. หมั่นสังเกตอาการตัวเอง และถ้ามีอาการที่เริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ควรรีบพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยเร็ว
หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่
⦁ Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2
โทร 085-355-2255
⦁ Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์
โทร 02-481-5555 ต่อ 8300
⦁ Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)
- ดูข่าว "ฮลุน" แล้วใจหาย รู้สึกดิ่งจนไม่อยากทำอะไร แบบนี้ผิดปกติหรือเปล่า? จิตแพทย์มีคำตอบ
- ซึมเศร้าชอบด้อยค่าตัวเอง เพราะการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลง
- "คนที่ดูเข้มแข็งที่สุด" อาจซ่อน"ความแตกสลายไว้ภายในใจ" ความจริงชวนคิดจากจิตแพทย์!
- คนเป็นซึมเศร้า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" อาจทำงานลดลง ไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ
- "แก่แล้วเหนื่อยง่าย" แยกให้ออกเหนื่อยตามวัย หรือมี "โรคปอด" ซ่อนอยู่!
ที่มาข้อมูล : ภัสร์นลิน บวรจรัสพงศ์ นักจิตวิทยาคลินิก
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
