เด็กอิตาลีอ้วนอันดับต้นๆ ของยุโรป แม้เป็นต้นกำเนิดกินเพื่อสุขภาพ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เด็กอิตาลีอ้วนอันดับต้นๆ ของยุโรป แม้เป็นต้นกำเนิดกินเพื่อสุขภาพ

แม้ "อาหารเมดิเตอร์เรเนียน" ซึ่งเน้นผัก ถั่ว น้ำมันมะกอก ธัญพืชไม่ขัดสี และปลา จะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพที่สุดของโลก แต่วันนี้อิตาลี ประเทศต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ กลับกำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วนในเด็กที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เด็กอิตาลีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีภาวะน้ำหนักเกินมากที่สุดในยุโรป โดยในบางพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ เด็กอายุ 8-9 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินสูงถึง 40 เปอร์เซนต์ ขณะที่เมืองปอนติเชลลี ชานเมืองเนเปิลส์ ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาโรคอ้วนในเด็กมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สรุปข่าว

แม้ "อาหารเมดิเตอร์เรเนียน" ซึ่งเน้นผัก ถั่ว น้ำมันมะกอก ธัญพืชไม่ขัดสี และปลา จะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพที่สุดของโลก แต่วันนี้อิตาลี ประเทศต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ กลับกำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วนในเด็กที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ "อาหารเมดิเตอร์เรเนียน" ซึ่งเน้นผัก ถั่ว น้ำมันมะกอก ธัญพืชไม่ขัดสี และปลา จะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพที่สุดของโลก แต่วันนี้อิตาลี ประเทศต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ กลับกำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วนในเด็กที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เด็กอิตาลีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีภาวะน้ำหนักเกินมากที่สุดในยุโรป โดยในบางพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ เด็กอายุ 8-9 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินสูงถึง 40 เปอร์เซนต์ ขณะที่เมืองปอนติเชลลี ชานเมืองเนเปิลส์ ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาโรคอ้วนในเด็กมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากงานวิจัยเมื่อช่วงทศวรรษ 1950 ที่พบว่าชาวอิตาลีตอนใต้มีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำ แต่ปัจจุบัน นพ.วอลเตอร์ ลองโก ผู้อำนวยการสถาบัน Longevity Institute แห่งมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า มีชาวอิตาลีเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่ยังคงรับประทานอาหารแบบดั้งเดิม

ทุกวันนี้ พฤติกรรมการกินของชาวอิตาลีเปลี่ยนไปมากจนเขาเรียกว่าเป็น "5P" ได้แก่ พิซซ่า พาสต้า มันฝรั่ง โปรตีน และขนมปัง สะท้อนวิถีการกินที่พึ่งพาอาหารแปรรูป ขนม และเครื่องดื่มหวานมากขึ้น

นพ.โรแบร์โต เบร์นี คานานี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนในเมืองเนเปิลส์ เล่าว่า เขาเคยรักษาเด็กอายุเพียง 2-3 ปี ที่มีน้ำหนักถึง 25 กิโลกรัม และพบว่าผู้ปกครองจำนวนมากไม่รู้ว่าลูกมีภาวะน้ำหนักเกิน เพราะมักพาเด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการอื่น เช่น ไอ ปวดท้อง หรือท้องเสีย โดยไม่ทราบว่าต้นเหตุอาจมาจากน้ำหนักตัว

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เป็นผลจากพฤติกรรมสะสม ทั้งการกินอาหารและขนมที่ให้พลังงานสูง ดื่มเครื่องดื่มหวาน กินผักผลไม้น้อย รวมถึงความเชื่อของผู้ปกครองบางส่วนที่ยังมองว่า "เด็กอวบ" คือเด็กที่แข็งแรง

อิตาลีจึงพยายามแก้ปัญหาตั้งแต่ในโรงเรียน ผ่านการจัดเวิร์กช็อปด้านโภชนาการให้เด็ก ๆ พร้อมส่งเสริมให้ความรู้กลับไปถึงครอบครัว โดยมีนักเรียนกว่า 17,000 คนจาก 25 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ

ขณะเดียวกัน ในปี 2025 อิตาลียังกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกกฎหมายรับรองว่า "โรคอ้วน" เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ พร้อมยอมรับว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางชีววิทยา สิ่งแวดล้อม และสังคม

หนึ่งในแนวทางที่กำลังศึกษา คือ "Fast-mimicking diet" หรือการรับประทานอาหารที่เลียนแบบการอดอาหาร โดยให้อาสาสมัครวัยรุ่นที่มีภาวะน้ำหนักเกินรับประทานอาหารพลังงานต่ำเป็นเวลา 5 วัน ทุก 3 เดือน เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ แม้แนวทางนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาประสิทธิภาพในระยะยาว แต่ก็สะท้อนความพยายามของอิตาลีในการรับมือกับโรคอ้วนอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : BBC, caliber.az

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย