
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลียในออสเตรเลียค้นพบว่าระดับไขมันในช่องท้องที่สูงขึ้นเชื่อมโยงกับการเสื่อมสภาพทางชีวภาพและการเสื่อมสภาพในระดับเซลล์ที่เร็วขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคน และอาจส่งผลต่อกระบวนการชราภาพมากกว่าเป็นเพียงตัวชี้วัดโรคอ้วนทั่วไป
สรุปข่าว
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลียในออสเตรเลียค้นพบว่าระดับไขมันในช่องท้องที่สูงขึ้นเชื่อมโยงกับการเสื่อมสภาพทางชีวภาพและการเสื่อมสภาพในระดับเซลล์ที่เร็วขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคน และอาจส่งผลต่อกระบวนการชราภาพมากกว่าเป็นเพียงตัวชี้วัดโรคอ้วนทั่วไป
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารโอบิสิตี (Obesity) ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมเกือบ 4,800 คน อายุระหว่าง 45-69 ปี และพบว่าไขมันในช่องท้องที่มากขึ้นสัมพันธ์กับการแก่ตัวทางชีวภาพที่เร็วขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
โดยไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายโดยรวม ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และปัจจัยจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ปริมาณไขมันในช่องท้องที่สูงขึ้นในผู้หญิงยังสัมพันธ์กับความยาวของเทโลเมียร์ (telomere) ที่สั้นลง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเสื่อมสภาพของเซลล์
จูคุน รองศาสตราจารย์วุฒิคุณประจำมหาวิทยาลัยฯ และผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวว่าไขมันในช่องท้องมีการทำงานของระบบเผาผลาญสูง โดยจะหลั่งโปรตีนที่กระตุ้นการอักเสบหลายชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบและภาวะเครียดของระบบเผาผลาญในร่างกาย
ผลการศึกษาเน้นย้ำความสำคัญของการลดไขมันหน้าท้องเพื่อส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ โดยไขมันในช่องท้องสามารถวัดได้โดยใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก
- อ้วนก่อนอายุ 30 ปี ไม่รีบลด เสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงขึ้น
- ชวนคนไทย “หยุดอ้วนก่อนสายเกินไป” รณรงค์วันโรคอ้วนโลก ปี 2569
- 58% ของคน กทม. อ้วน ชัชชาติ เปิดหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน
- ไขข้อสงสัย ทำไมผอมแต่ยังป่วยเป็นมะเร็ง เพราะ "กลไกของเซลล์ไขมันที่สะสม"
- ทั่วโลกมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กผอมเป็นครั้งแรก ยูนิเซฟเผย
ที่มาข้อมูล : China Xinhu News
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
