ไทยผงาดเวทีโลก คว้าที่ 2 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ปี 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยผงาดเวทีโลก คว้าที่ 2 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ปี 2026

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีระดับโลกว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางด้าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2026 จากการจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 โดย Travel And Tour World (TTW) ซึ่งเป็นสื่อด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

สรุปข่าว

สาธารณสุขไทยกระหึ่มโลก “Travel And Tour World” นิวยอร์ก โหวตไทยอันดับ 2 ของโลกท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีระดับโลกว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางด้าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2026 จากการจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 โดย Travel And Tour World (TTW) ซึ่งเป็นสื่อด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

สะท้อนความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพระบบสาธารณสุขไทย และเป็นผลจากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub อย่างต่อเนื่อง

ในการจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ อันดับ 2 ของโลก รองจาก ตุรกี 

ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ อินเดีย อันดับ 4 เม็กซิโก อันดับ 5 เกาหลีใต้ อันดับ 6 มาเลเซีย อันดับ 7 คอสตาริกา อันดับ 8 สิงคโปร์ อันดับ 9 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอันดับ 10 โคลอมเบีย สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยชนะใจผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาจากจุดแข็งรอบด้านที่ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ ความหลากหลายของการรักษา โดดเด่นทั้งศัลยกรรมความงาม, ทันตกรรม, โรคหัวใจ, โรคกระดูกและข้อ, การรักษาภาวะมีบุตรยาก, โรคมะเร็ง, เวชศาสตร์ป้องกัน และบริการสุขภาพองค์รวม (Wellness) มาตรฐานระดับสากล 

โรงพยาบาลในไทยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (JCI) เป็นจำนวนมาก บุคลากรมีความเชี่ยวชาญสูง และมีเทคโนโลยี-ศูนย์วินิจฉัยที่ทันสมัย บริการประทับใจ มีระบบรองรับผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะ บริการล่ามหลายภาษา รวมถึงระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine)ความคุ้มค่า ราคาค่ารักษาพยาบาลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และมีระยะเวลารอคอยการรักษาที่เหมาะสม 

“การได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของโลกในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการบริการทางการแพทย์อย่างไม่หยุดยั้ง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาข้อมูล : thaigov.go.th

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย

แท็กบทความ

ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
สาธารณสุขไทยอันดับโลกไทยรัฐบาล