ร้อนจนอยู่ไม่ไหว! “เอลนีโญ” เร่งคลื่นความร้อน กระทบชาวบราซิลอย่างหนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ร้อนจนอยู่ไม่ไหว! “เอลนีโญ” เร่งคลื่นความร้อน กระทบชาวบราซิลอย่างหนัก

“เอลนีโญ” ซ้ำเติมความร้อนในแอมะซอน เสี่ยงคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น โดยเมืองเบเลงของบราซิลกำลังเผชิญกับอากาศร้อนที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิยังสูง ทำให้พักผ่อนได้ยาก ขณะที่ผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายระบายความร้อนได้ลดลงและอาจรับรู้ภาวะอันตรายจากความร้อนได้ช้ากว่าคนทั่วไป

 

เบเลง เมืองหลวงของรัฐปารา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แอมะซอน เผชิญอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน อุณหภูมิบริเวณพื้นถนนแตะ 33 องศาเซลเซียส ขณะที่การตัดไม้ทำลายป่าและกิจกรรมของมนุษย์ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศในพื้นที่

 

สรุปข่าว

“บราซิล” เผชิญอากาศร้อนรุนแรงขึ้น กระทบการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อภาวะความร้อน นักวิจัยเตือน เอลนีโญ 2026 อาจซ้ำเติมความแห้งแล้ง เพิ่มความเสี่ยงคลื่นความร้อน ไฟป่า ระดับน้ำในแม่น้ำลดลง และควันพิษ การเตือนภัยล่วงหน้า ศูนย์พักคลายร้อน และมาตรการดูแลกลุ่มเสี่ยง เป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบจากความร้อนในอนาคต

“เอลนีโญ” ซ้ำเติมความร้อนในแอมะซอน เสี่ยงคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น โดยเมืองเบเลงของบราซิลกำลังเผชิญกับอากาศร้อนที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิยังสูง ทำให้พักผ่อนได้ยาก ขณะที่ผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายระบายความร้อนได้ลดลงและอาจรับรู้ภาวะอันตรายจากความร้อนได้ช้ากว่าคนทั่วไป

 

เบเลง เมืองหลวงของรัฐปารา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แอมะซอน เผชิญอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน อุณหภูมิบริเวณพื้นถนนแตะ 33 องศาเซลเซียส ขณะที่การตัดไม้ทำลายป่าและกิจกรรมของมนุษย์ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศในพื้นที่

 

นักวิจัยเตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 อาจทำให้พื้นที่แอมะซอนมีสภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อน ไฟป่า ระดับน้ำในแม่น้ำที่ลดลง รวมถึงมลพิษจากควันไฟ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

 

ข้อมูลจาก Climate Impact Lab ประเมินว่า บราซิลอาจเป็นประเทศในอเมริกาใต้ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนที่เชื่อมโยงกับเอลนีโญมากที่สุด โดยคาดการณ์ผู้เสียชีวิตจากความร้อนราว 13,300 คน และชี้ว่าการเตรียมมาตรการรับมือในพื้นที่เสี่ยงสามารถช่วยลดการสูญเสียได้


มาตรการสำคัญที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ ได้แก่ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ศูนย์พักคลายร้อน และมาตรการปกป้องแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ขณะที่นักวิจัยมองว่าเอลนีโญในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณให้เห็นถึงสภาพอากาศร้อนที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยขึ้นในอนาคต หากการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่เพียงพอ


ความร้อนจัดในแอมะซอนกำลังกลายเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต ขณะที่เอลนีโญอาจซ้ำเติมความแห้งแล้งและคลื่นความร้อน การเตรียมระบบเตือนภัยและมาตรการรับมือจึงมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบต่อประชาชน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters