ปริมาณไอน้ำโลกทะลุสถิติ! เตือนพายุรุนแรงทั่วโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปริมาณไอน้ำโลกทะลุสถิติ!  เตือนพายุรุนแรงทั่วโลก

โลกกำลังเผชิญกับ “ความชื้นในอากาศ” ที่ทำสถิติสูงสุด หลังข้อมูลเดือนสิงหาคมพบว่า บรรยากาศโลกมีไอน้ำมากที่สุดเท่าที่เคยตรวจวัดมา นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงอากาศชื้นขึ้น แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ ฝนตกหนัก พายุรุนแรง และคลื่นความร้อนที่ยาวนานขึ้น ทั่วโลก 

ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service หรือ C3S ระบุว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศโลกมีไอน้ำเฉลี่ยสูงถึง 27.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ 27.31 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.04 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่เมื่อคำนวณในระดับโลก เทียบเท่ากับน้ำเพิ่มเติมราว 20 ล้านล้านลิตร หรือประมาณน้ำ 20 ก้อนที่มีขนาดกว้าง ยาว และสูงด้านละ 1 กิโลเมตร 

สรุปข่าว

เดือนสิงหาคม 2026 ปริมาณไอน้ำในบรรยากาศโลกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 27.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดย “ภาวะโลกร้อน” และ “เอลนีโญ” ทำให้อากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ขณะที่ทะเลที่ร้อนจัดเร่งการระเหยของน้ำ นักวิทยาศาสตร์เตือน ไอน้ำที่เพิ่มขึ้นอาจซ้ำเติม คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และพายุรุนแรง ทั่วโลก

โลกกำลังเผชิญกับ “ความชื้นในอากาศ” ที่ทำสถิติสูงสุด หลังข้อมูลเดือนสิงหาคมพบว่า บรรยากาศโลกมีไอน้ำมากที่สุดเท่าที่เคยตรวจวัดมา นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงอากาศชื้นขึ้น แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ ฝนตกหนัก พายุรุนแรง และคลื่นความร้อนที่ยาวนานขึ้น ทั่วโลก 

ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service หรือ C3S ระบุว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศโลกมีไอน้ำเฉลี่ยสูงถึง 27.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ 27.31 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.04 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่เมื่อคำนวณในระดับโลก เทียบเท่ากับน้ำเพิ่มเติมราว 20 ล้านล้านลิตร หรือประมาณน้ำ 20 ก้อนที่มีขนาดกว้าง ยาว และสูงด้านละ 1 กิโลเมตร 

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “ภาวะโลกร้อน” เพราะอากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น โดยอากาศจะสามารถรองรับไอน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกัน มหาสมุทรเขตร้อนที่มีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงผิดปกติ โดยเฉพาะภายใต้อิทธิพลของ “เอลนีโญ” ทำให้การระเหยของน้ำเพิ่มขึ้น และส่งไอน้ำเข้าสู่บรรยากาศมากขึ้น 

ไอน้ำยังมีบทบาทสำคัญต่อสภาพอากาศสุดขั้ว เพราะเมื่อไอน้ำควบแน่นกลายเป็นเมฆ จะปล่อยความร้อนออกมา ซึ่งสามารถเติมพลังให้พายุและเพิ่มความรุนแรงของฝนตกหนักได้ ขณะที่ในช่วงคลื่นความร้อน ความชื้นสูงจะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้น และทำให้อุณหภูมิในช่วงกลางคืนลดลงได้ไม่มาก ส่งผลให้ผู้คนฟื้นตัวจากความร้อนได้ยากขึ้น 

ที่น่าจับตาคือ ไอน้ำเองเป็นก๊าซเรือนกระจก เมื่ออากาศร้อนขึ้นก็เก็บไอน้ำได้มากขึ้น ไอน้ำที่เพิ่มขึ้นช่วยกักเก็บความร้อน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น และอากาศก็สามารถรับไอน้ำเพิ่มได้อีก เกิดเป็นวงจรป้อนกลับที่ช่วยขยายผลของภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า “ต้นเหตุ” ของการเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงมาจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนจากกิจกรรมของมนุษย์ 

นอกจากนี้ สิงหาคม 2026 ยังเป็นหนึ่งในเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก โดยข้อมูลของ ERA5 ระบุว่าอยู่ในระดับสูงสุดร่วมกับเดือนที่ร้อนที่สุด ขณะที่ฐานข้อมูลของ NOAA จัดให้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ชุดข้อมูลเริ่มต้นในปี 1850

ที่มาข้อมูล : theguardian.com

ที่มารูปภาพ : NASA