ร่องมรสุมเร่งฝน ก่อน “แล้ง” มาเยือน! เตือนไทยรับมืออากาศสุดขั้ว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ร่องมรสุมเร่งฝน  ก่อน “แล้ง” มาเยือน! เตือนไทยรับมืออากาศสุดขั้ว

โดยระบุว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่จากอิทธิพลของ “ร่องมรสุม” ที่พาดผ่าน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในแต่ละปี

 

ร่องมรสุม คืออะไร?

ร่องมรสุม (Monsoon Trough) หรือที่นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า “ร่องความกดอากาศต่ำ” คือแนวแกนของพื้นที่ที่มีความกดอากาศต่ำมารวมตัวกัน เมื่อกระแสลมจากสองซีกโลกพัดเข้าหากัน อากาศจะยกตัวสูงขึ้น ก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่จำนวนมากตลอดแนวร่อง

 

ทำไมร่องมรสุมจึงพาดผ่านประเทศไทย?

สาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการเอียงของแกนโลกและการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้ตำแหน่งที่แสงอาทิตย์ตกกระทบตั้งฉากกับพื้นโลกเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงของปี


ในช่วงกลางปี ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ซีกโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้น ทำให้พื้นทวีปเอเชียร้อน อากาศร้อนยกตัวขึ้นและเกิดเป็นแนวความกดอากาศต่ำ ร่องมรสุมจึงขยับเลื่อนขึ้นลงตามฤดูกาล และในช่วงฤดูฝนจะพาดผ่านประเทศไทย


สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ร่องมรสุมพาดผ่านไทย ทำฝนตกชุกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่หลังจากนี้ฝนมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะช่วง ต.ค.–ธ.ค. 2569 เสี่ยงเข้าสู่ภาวะฝนน้อยและแห้งแล้งจับตาผลกระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อน ก่อนลากยาวสู่ฤดูร้อนปีหน้า เสี่ยงร้อนจัด ไฟป่า และ PM2.5

โดยระบุว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่จากอิทธิพลของ “ร่องมรสุม” ที่พาดผ่าน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในแต่ละปี

 

ร่องมรสุม คืออะไร?

ร่องมรสุม (Monsoon Trough) หรือที่นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า “ร่องความกดอากาศต่ำ” คือแนวแกนของพื้นที่ที่มีความกดอากาศต่ำมารวมตัวกัน เมื่อกระแสลมจากสองซีกโลกพัดเข้าหากัน อากาศจะยกตัวสูงขึ้น ก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่จำนวนมากตลอดแนวร่อง

 

ทำไมร่องมรสุมจึงพาดผ่านประเทศไทย?

สาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการเอียงของแกนโลกและการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้ตำแหน่งที่แสงอาทิตย์ตกกระทบตั้งฉากกับพื้นโลกเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงของปี


ในช่วงกลางปี ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ซีกโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้น ทำให้พื้นทวีปเอเชียร้อน อากาศร้อนยกตัวขึ้นและเกิดเป็นแนวความกดอากาศต่ำ ร่องมรสุมจึงขยับเลื่อนขึ้นลงตามฤดูกาล และในช่วงฤดูฝนจะพาดผ่านประเทศไทย


เมื่อร่องมรสุมพาดผ่าน จะทำให้มีเมฆมากและฝนตกชุก โดยเฉพาะบริเวณที่แนวร่องพาดผ่านโดยตรง อาจเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน และเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากมีฝนตกสะสมในปริมาณมาก

 

หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ร่องมรสุมจึงเปรียบเสมือน “สายพานผลิตฝนขนาดใหญ่” ที่เลื่อนมาพาดผ่านประเทศไทยตามฤดูกาล เมื่อมวลอากาศชื้นจากทะเลเคลื่อนเข้ามาเจอกับร่องความกดอากาศต่ำ อากาศจะยกตัวและก่อตัวเป็นเมฆฝน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

 

โลกร้อน ทำให้ฝนหนักขึ้นได้อย่างไร?

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศสูงขึ้นผิดปกติ เมื่ออากาศอุ่นขึ้น บรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีระบบอากาศมากระตุ้น ความชื้นที่สะสมอยู่จึงสามารถกลายเป็นฝนตกหนักรุนแรงในลักษณะสภาพอากาศสุดขั้วได้


แม้ภาพรวมของ “เอลนีโญ” จะมีแนวโน้มกดดันให้ประเทศไทยมีฝนน้อยลง แต่ในระยะสั้น หากร่องมรสุมพาดผ่านและมีกำลังแรง ก็สามารถทำให้เกิดฝนตกหนักได้ แม้จะอยู่ในช่วงที่มีอิทธิพลของเอลนีโญก็ตาม


อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงที่มีฝนตกชุก สัญญาณความแห้งแล้งมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่อาจเผชิญภาวะฝนน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนกักเก็บน้ำ และอาจลากยาวข้ามปีไปถึงฤดูร้อนปีหน้า หากฝนสะสมในช่วงปลายฤดูฝนไม่เพียงพอ

 

ประเทศไทยจึงอาจต้องเผชิญทั้งสองด้านของความแปรปรวนทางสภาพอากาศ คือช่วงหนึ่งมีฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วม ขณะที่หลังจากนั้นอาจเข้าสู่ช่วงฝนน้อยและเสี่ยงภัยแล้ง โดยมีความเสี่ยงต่อเนื่องไปถึงอากาศร้อนจัด ไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM2.5 ในฤดูร้อนปีหน้า

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Reuters