“เอลนีโญ” รุกแอฟริกา! หวั่นแล้งหนัก จุดชนวนวิกฤตอาหาร

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอลนีโญ” รุกแอฟริกา! หวั่นแล้งหนัก  จุดชนวนวิกฤตอาหาร

UNDP เตือนแอฟริกาตะวันตก–กลาง รับมือเอลนีโญ 2026/27 เร่งด่วนหลังสัญญาณสภาพอากาศเสี่ยงทำให้หลายพื้นที่เผชิญฝนต่ำกว่าปกติ ขณะที่ภูมิภาคยังเผชิญความขัดแย้ง ความไม่มั่นคงทางอาหาร และงบช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ลดลง ทำให้ผลกระทบจากสภาพอากาศอาจยิ่งซ้ำเติมวิกฤตเดิม

 

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือUNDPเรียกร้องให้รัฐบาล ประเทศผู้บริจาค และหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง เร่งลงทุนในมาตรการ“เตรียมรับมือล่วงหน้า”ก่อนผลกระทบจากเอลนีโญ 2026/27 จะรุนแรงขึ้น โดย UNDP ระบุว่า เอลนีโญอาจทำให้พื้นที่ที่มีความเสี่ยงฝนตกน้อยกว่าปกติขยายวงกว้างขึ้น และมีโอกาสสูงถึง98–100% ที่ปรากฏการณ์จะต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2027

 

สรุปข่าว

UNDP เตือน “เอลนีโญ 2026-27” เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตภัยแล้ง ฝนผิดปกติ และความมั่นคงทางอาหารในแอฟริกาตะวันตก–กลางหลายพื้นที่เสี่ยงเผชิญทั้งฝนทิ้งช่วงและน้ำท่วม กระทบเกษตรกรรม รวมถึงแหล่งผลิตโกโก้สำคัญของโลก UNDP เรียกร้องให้เร่งลงทุนระบบเตือนภัยและมาตรการรับมือล่วงหน้า ก่อนผลกระทบขยายวงกว้าง

UNDP เตือนแอฟริกาตะวันตก–กลาง รับมือเอลนีโญ 2026/27 เร่งด่วนหลังสัญญาณสภาพอากาศเสี่ยงทำให้หลายพื้นที่เผชิญฝนต่ำกว่าปกติ ขณะที่ภูมิภาคยังเผชิญความขัดแย้ง ความไม่มั่นคงทางอาหาร และงบช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ลดลง ทำให้ผลกระทบจากสภาพอากาศอาจยิ่งซ้ำเติมวิกฤตเดิม

 

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือUNDPเรียกร้องให้รัฐบาล ประเทศผู้บริจาค และหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง เร่งลงทุนในมาตรการ“เตรียมรับมือล่วงหน้า”ก่อนผลกระทบจากเอลนีโญ 2026/27 จะรุนแรงขึ้น โดย UNDP ระบุว่า เอลนีโญอาจทำให้พื้นที่ที่มีความเสี่ยงฝนตกน้อยกว่าปกติขยายวงกว้างขึ้น และมีโอกาสสูงถึง98–100% ที่ปรากฏการณ์จะต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2027

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านฝนในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางยังมีความไม่แน่นอน เพราะแบบจำลองสภาพอากาศแต่ละชุดให้สัญญาณแตกต่างกัน โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO และ Copernicus คาดการณ์ว่าพื้นที่ซาเฮลอาจมีฝนต่ำกว่าปกติ ขณะที่แบบจำลอง NMME ของอเมริกาเหนือมองว่า บางพื้นที่ทางตอนกลางและตะวันออกของซาเฮลอาจมีฝนมากกว่าปกติ แต่บริเวณอ่าวกินีอาจแห้งแล้งมากขึ้น

 

UNDP ยังเตือนว่า ความเสี่ยงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังหลายประเทศในซาเฮลตะวันตกเพิ่งเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ต่อเนื่องหลายปีทำให้ต้องจับตาความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจพลิกจากน้ำท่วมไปสู่ภัยแล้ง ขณะเดียวกัน ภูมิภาคนี้มีประชาชนจำนวนมากอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหารอยู่แล้ว โดยตัวเลขคาดการณ์ในช่วงฤดูขาดแคลนอาหารเดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2026 อาจสูงถึง52.8 ล้านคน


UNDP ระบุด้วยว่าความขัดแย้งยังเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตในภูมิภาค ไม่ใช่สภาพภูมิอากาศโดยตรงแต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะทำหน้าที่เป็น “ตัวขยายความเสี่ยง” เพราะเมื่อเกิดภัยแล้งหรือฝนผิดปกติ จะยิ่งเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่งชิงน้ำ พื้นที่เกษตร และทุ่งหญ้า รวมถึงทำให้เส้นทางเคลื่อนย้ายปศุสัตว์และการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทำได้ยากขึ้น


อีกพื้นที่ที่ต้องจับตาคือแถบชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะโกตดิวัวร์และกานาซึ่งรวมกันผลิตโกโก้ประมาณสองในสามของโลก โดย UNDP ระบุว่า ในช่วงเอลนีโญที่มีฝนมากกว่าปกติ พื้นที่เหล่านี้เคยเผชิญผลผลิตลดลง21–25%จากน้ำท่วมและโรคพืช ซึ่งสะท้อนว่าเอลนีโญไม่ได้หมายถึง “ภัยแล้ง” เพียงอย่างเดียว แต่ในบางพื้นที่อาจนำไปสู่ฝนตกหนัก น้ำท่วม และโรคพืชได้เช่นกัน


ด้วยเหตุนี้ UNDP จึงเสนอให้ประเทศต่าง ๆ เร่งพัฒนาระบบเตือนภัยและการคาดการณ์ระดับประเทศ วางแผนรับมือโดยคำนึงถึงความขัดแย้งและความปลอดภัย คาดการณ์ข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ช่วยเหลือ และจัดสรรเงินทุนล่วงหน้าโดยใช้ทั้งข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลด้านความขัดแย้งเป็นตัวกำหนด รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ปลูกโกโก้ทั้งจากความเสี่ยงภัยแล้งและโรคที่เกิดจากน้ำท่วม

ที่มาข้อมูล : gcrmag.com

ที่มารูปภาพ : Reuters