“ข้าวไทย” สะเทือน ผลผลิตลด 4% ราคาขยับเกือบ 10% ลุ้น “เอลนีโญ” เปิดโอกาสชิงตลาดโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ข้าวไทย” สะเทือน ผลผลิตลด 4% ราคาขยับเกือบ 10% ลุ้น “เอลนีโญ” เปิดโอกาสชิงตลาดโลก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตข้าวเปลือกไทยปีการผลิต 2569/70 จะออกสู่ตลาดในช่วงปลายปีประมาณ 17 ล้านตัน หรือเกือบสองในสามของผลผลิตข้าวทั้งปี ขณะที่ภาพรวมผลผลิตข้าวไทยปีนี้คาดว่าจะลดลงราว 4% เหลือประมาณ 26 ล้านตัน จากปัจจัยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตลดลงมาจากเกษตรกรบางส่วนชะลอหรือเว้นการทำนา เนื่องจากมีภาระต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับความเสี่ยงจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่เกี่ยวเนื่องกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวมีแนวโน้มลดลง และทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาข้าวเปลือกเกือบทุกรายการเพิ่มขึ้นใกล้เคียง 10%


อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกข้าวไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี ไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 4.6 ล้านตัน ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 3% ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของข้าวไทยในตลาดโลก


สรุปข่าว

“สศก.” ประเมินผลผลิตข้าวไทยปีการผลิต 2569/70 ลด 4% เหลือ 26 ล้านตัน เหตุเกษตรกรบางส่วนเว้นทำนาจากต้นทุนพุ่งและเสี่ยง “เอลนีโญ” ดันราคาข้าวเปลือกในประเทศขยับเกือบ 10% ขณะที่ส่งออก 8 เดือนหด 13% แต่ไทยยังมีโอกาสจากความต้องการสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารในตลาดโลก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตข้าวเปลือกไทยปีการผลิต 2569/70 จะออกสู่ตลาดในช่วงปลายปีประมาณ 17 ล้านตัน หรือเกือบสองในสามของผลผลิตข้าวทั้งปี ขณะที่ภาพรวมผลผลิตข้าวไทยปีนี้คาดว่าจะลดลงราว 4% เหลือประมาณ 26 ล้านตัน จากปัจจัยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตลดลงมาจากเกษตรกรบางส่วนชะลอหรือเว้นการทำนา เนื่องจากมีภาระต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับความเสี่ยงจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่เกี่ยวเนื่องกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวมีแนวโน้มลดลง และทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาข้าวเปลือกเกือบทุกรายการเพิ่มขึ้นใกล้เคียง 10%


อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกข้าวไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี ไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 4.6 ล้านตัน ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 3% ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของข้าวไทยในตลาดโลก


ด้านสถานการณ์ตลาดข้าวโลก รายงานล่าสุดของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ปรับลดประมาณการการค้าข้าวโลกในปีนี้ลงเล็กน้อย มาอยู่ที่เกือบ 63 ล้านตัน โดยการส่งออกของกัมพูชาและอินเดียมีแนวโน้มชะลอตัวจากปัญหาด้านการขนส่งและความขัดแย้งในต่างประเทศ


ขณะเดียวกัน อินเดียยังมีสต๊อกข้าวในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึงประมาณ 58 ล้านตัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และทำให้การแข่งขันในตลาดส่งออกยังคงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับประเทศผู้ส่งออกข้าว รวมถึงไทย


แม้การส่งออกข้าวไทยในช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงกดดัน แต่สถานการณ์ด้านสภาพอากาศและความต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารของหลายประเทศอาจเปิดโอกาสให้ไทยในระยะต่อไป โดยหลายประเทศเริ่มเร่งนำเข้าข้าวเพื่อสำรองและสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามอาจปรับลดการส่งออกเพื่อเก็บผลผลิตไว้รองรับความต้องการภายในประเทศ


สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นโอกาสให้ไทยเร่งขยายตลาดส่งออก โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพข้าว ความหลากหลายของสินค้า และศักยภาพในการส่งมอบที่ตรงเวลา เพื่อดึงคำสั่งซื้อจากตลาดโลก ท่ามกลางภาวะที่ผลผลิตข้าวในบางประเทศมีความไม่แน่นอน และความต้องการข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารยังมีแนวโน้มเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Reuters