นักวิทย์ฯอึ้ง “เอลนีโญ” ปีนี้แรงเกินคาด! หวั่นปีหน้าร้อนสุดเป็นประวัติการณ์

ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกสร้างความกังวลในแวดวงวิทยาศาสตร์ หลังอุณหภูมิบริเวณศูนย์กลางของปรากฏการณ์พุ่งทำสถิติสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกได้ในยุคข้อมูลสมัยใหม่ ทั้งที่ยังไม่ถึงช่วงสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 3.05 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงปี 1991-2020 แซงหน้าสถิติเดิม 3.02 องศาเซลเซียส ซึ่งบันทึกไว้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2015
รายงานข่าวระบุว่า ตัวชี้วัด ONI (Nino3.4) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่นักอุตุนิยมวิทยานิยมใช้และอ้างอิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี กำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA
การประเมินจากแบบจำลอง 14 แบบที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศนำมาวิเคราะห์ คาดว่าอุณหภูมิของเอลนีโญอาจพุ่งแตะระดับ 4.0 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยระดับที่สูงกว่า 0.5 องศาเซลเซียสถือว่าเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ และหากสูงกว่า 2 องศาเซลเซียสจะถูกจัดเป็นเอลนีโญที่รุนแรงมาก
สรุปข่าว
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกสร้างความกังวลในแวดวงวิทยาศาสตร์ หลังอุณหภูมิบริเวณศูนย์กลางของปรากฏการณ์พุ่งทำสถิติสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกได้ในยุคข้อมูลสมัยใหม่ ทั้งที่ยังไม่ถึงช่วงสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 3.05 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงปี 1991-2020 แซงหน้าสถิติเดิม 3.02 องศาเซลเซียส ซึ่งบันทึกไว้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2015
รายงานข่าวระบุว่า ตัวชี้วัด ONI (Nino3.4) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่นักอุตุนิยมวิทยานิยมใช้และอ้างอิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี กำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA
การประเมินจากแบบจำลอง 14 แบบที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศนำมาวิเคราะห์ คาดว่าอุณหภูมิของเอลนีโญอาจพุ่งแตะระดับ 4.0 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยระดับที่สูงกว่า 0.5 องศาเซลเซียสถือว่าเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ และหากสูงกว่า 2 องศาเซลเซียสจะถูกจัดเป็นเอลนีโญที่รุนแรงมาก
นักวิทยาศาสตร์บางรายประเมินว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งนี้อาจมีความรุนแรงมากที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี และจะเพิ่มความร้อนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า ปี 2027 อาจทำสถิติเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก
ผลกระทบของเอลนีโญเริ่มปรากฏในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อทั้งความร้อน ฝน ภัยแล้ง และไฟป่า ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียเผชิญสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งจนเกิดไฟป่ารุนแรงและปัญหามลพิษทางอากาศ ส่วนอินเดียมีฝนมรสุมลดลง ขณะที่ประเทศในอเมริกากลางและแคริบเบียนเผชิญภัยแล้ง กระทบผลผลิตทางการเกษตรและระดับน้ำในคลองปานามา
องค์การอาหารโลกยังประเมินในเดือนสิงหาคมว่า ผลกระทบจากเอลนีโญอาจผลักประชาชนราว 50 ล้านคนเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารขั้นรุนแรง และส่งผลให้ราคาสินค้าอาหารปรับตัวสูงขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง หลายพื้นที่อาจเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมมากขึ้น โดยเปรูและชิลีได้รับผลกระทบแล้ว ขณะที่บริเวณแอฟริกาตะวันออกและพื้นที่ตอนใต้ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเผชิญฝนตกหนักในช่วงฤดูหนาว ส่วนซีกโลกใต้คาดว่าจะมีฤดูร้อนที่ร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อไฟป่าและภัยแล้งในออสเตรเลียและแอฟริกาตอนใต้
นักวิทยาศาสตร์ยังจับตาความสัมพันธ์ระหว่างเอลนีโญกับภาวะโลกร้อน โดยกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้รูปแบบและผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศเตรียมรับมือได้ยากกว่าเดิม
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติระบุว่า ได้เริ่มการระดมความร่วมมือครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 50 ปีขององค์กร เพื่อสนับสนุนหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติในการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลพยากรณ์อากาศที่ช่วยเตือนภัยและลดความเสี่ยงต่อประชาชน
ทั้งนี้ รายงานข่าวยังระบุว่า นักวิทยาศาสตร์หลายรายมองว่าผลกระทบของเอลนีโญจะถูกขยายให้รุนแรงขึ้นจากอุณหภูมิพื้นฐานของโลกที่สูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลจากการศึกษาปะการัง วงปีต้นไม้ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ถูกนำมาใช้ประกอบการประเมินความรุนแรงของปรากฏการณ์ในปัจจุบัน
- เอลนีโญปี 2569 ทวีความรุนแรง จับตาภัยแล้ง-ฝนหนักทั่วโลก
- โลกกำลังเจอ “เอลนีโญ” รุนแรง! บางพื้นที่แล้งสุดขั้ว–บางพื้นที่น้ำท่วมหนัก
- สัญญาณเตือนเอลนีโญ! “บราซิล” แล้งหนัก แม่น้ำสายหลักแห้งขอด
- ร่องมรสุมเร่งฝน ก่อน “แล้ง” มาเยือน! เตือนไทยรับมืออากาศสุดขั้ว
- ทะเลหายไปไหน? “เอลนีโญ” ทำชายฝั่งแห้งเหือด เตือนปรากฏการณ์สุดขั้วอาจเกิดถี่ขึ้น
ที่มาข้อมูล : WMO
ที่มารูปภาพ : GettyImages
