20 กันยายน ของทุกปี "วันอนุรักษ์และพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ"

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่29 สิงหาคม 2538 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” เนื่องด้วยเป็นวันที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จประพาสทางเรือจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศไปจนถึงประตูท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมระยะทาง 72 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง มีพระราชดำรัสว่า "คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่สมควรได้รับการดูแลรักษาต่อไป"
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหลายพื้นที่ได้ฟื้นฟูให้คูคลองเป็นทางเลือกในการสัญจรทางน้ำ ปรับภูมิทัศน์และจัดกิจกรรมริมสองฝั่งคลอง พัฒนาเป็นตลาดน้ำ และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงรักษาสภาพทางธรรมชาติและระบบนิเวศของคูคลองให้เกื้อกูลต่อการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ พืชน้ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และเกื้อกูลต่อผู้อยู่อาศัยในย่านใกล้เคียง รวมถึงเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ระบบนิเวศ และชุมชน
สรุปข่าว
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่29 สิงหาคม 2538 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” เนื่องด้วยเป็นวันที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จประพาสทางเรือจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศไปจนถึงประตูท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมระยะทาง 72 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง มีพระราชดำรัสว่า "คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่สมควรได้รับการดูแลรักษาต่อไป"
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหลายพื้นที่ได้ฟื้นฟูให้คูคลองเป็นทางเลือกในการสัญจรทางน้ำ ปรับภูมิทัศน์และจัดกิจกรรมริมสองฝั่งคลอง พัฒนาเป็นตลาดน้ำ และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงรักษาสภาพทางธรรมชาติและระบบนิเวศของคูคลองให้เกื้อกูลต่อการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ พืชน้ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และเกื้อกูลต่อผู้อยู่อาศัยในย่านใกล้เคียง รวมถึงเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ระบบนิเวศ และชุมชน
แม่น้ำ คู คลอง ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดเข้าด้วยกัน หากแหล่งน้ำเสื่อมโทรมหรือมีมลพิษ ย่อมส่งผลต่อระบบนิเวศ คุณภาพน้ำ และการดำรงชีวิตของประชาชน
การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำ จึงเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการรักษาความสะอาด ลดการทิ้งขยะและน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมถึงช่วยกันดูแลพื้นที่ต้นน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ
เพราะแม่น้ำ คู คลอง คือทรัพยากรของทุกคน การดูแลสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ลดการใช้สิ่งของที่ก่อให้เกิดมลพิษ และร่วมกันรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำให้สะอาดอย่างยั่งยืน
วันอนุรักษ์และพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งน้ำ และร่วมกันดูแลรักษาให้แม่น้ำ คู คลอง ยังคงเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดและเป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติและชุมชนต่อไป มาร่วมช่วยกันดูแลแหล่งน้ำคนละเล็กละน้อย เพราะการรักษาแม่น้ำ คูคลอง คือการรักษาธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน
- เตือนเร็ว รอดทัน! เปิดระบบเตือนภัยจากเขา สกัดน้ำป่า–โคลนถล่มก่อนถึงชุมชน
- ป่าเขตร้อนอาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ เทียบเท่า 3.3 ล้านปี ในเวลาไม่กี่สิบปี
- นายกฯ ชู "Green Bridge" เร่งเครื่องเศรษฐกิจสีเขียว รับมือวิกฤตโลกร้อน
- วิกฤตใต้ผืนน้ำ! มหาสมุทรร้อนจัด จนระบบนิเวศใกล้ล่มสลาย
- จับวันนี้ อาจไม่เหลือพรุ่งนี้! “เคนยา” เร่งใช้ข้อมูล กู้ทรัพยากรทะเลที่กำลังร่อยหรอ
ที่มาข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ที่มารูปภาพ : Envato
