เปรูผวา! ธารน้ำแข็ง 528 แห่งน้ำเอ่อล้น หวั่นภัยซ้ำรอยหิมาลัย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปรูผวา!  ธารน้ำแข็ง 528 แห่งน้ำเอ่อล้น หวั่นภัยซ้ำรอยหิมาลัย

เปรูเร่งจับตาภัยจากธารน้ำแข็ง หลังผู้เชี่ยวชาญระบุพบ ทะเลสาบธารน้ำแข็ง 528 แห่งทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงน้ำเอ่อล้น ในจำนวนนี้ 58 แห่งถูกจัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก ท่ามกลางความกังวลว่าการละลายของน้ำแข็งและภูมิประเทศภูเขาที่ไม่มั่นคง อาจนำไปสู่น้ำท่วมและกระแสโคลนเศษหินไหลลงสู่พื้นที่ชุมชน

 

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทางการเปรูเฝ้าระวังภัยที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอนดีส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งธารน้ำแข็งและชุมชนตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้เมื่อเกิดการพังทลายของน้ำแข็งหรือมวลหิน อาจก่อให้เกิดน้ำหลากและกระแสเศษซากไหลลงจากภูเขาอย่างรวดเร็ว

 

สถาบันวิจัยธารน้ำแข็งและระบบนิเวศภูเขาแห่งชาติ หรือ INAIGEM ระบุว่า จากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ตรวจพบ 528 แห่ง มี 58 แห่งที่อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก


สรุปข่าว

เปรูพบ “ทะเลสาบธารน้ำแข็ง” 528 แห่งมีความเสี่ยงน้ำเอ่อล้น หวั่นซ้ำรอยภัยพิบัติหิมาลัย ในจำนวนนี้ 58 แห่งอยู่ในระดับเสี่ยงสูงมาก หวั่นเกิดน้ำท่วมและโคลนถล่ม จุดเสี่ยงสำคัญคือ ทะเลสาบปัลกาโกชา หากเกิดธารน้ำแข็งถล่มลงทะเลสาบ อาจกระทบประชาชนกว่า 27,000 คน ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงอาจรุนแรงขึ้น จึงเร่งหามาตรการระบายน้ำและลดความเสี่ยง ก่อนเกิดภัยพิบัติซ้ำรอยหิมาลัย

เปรูเร่งจับตาภัยจากธารน้ำแข็ง หลังผู้เชี่ยวชาญระบุพบ ทะเลสาบธารน้ำแข็ง 528 แห่งทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงน้ำเอ่อล้น ในจำนวนนี้ 58 แห่งถูกจัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก ท่ามกลางความกังวลว่าการละลายของน้ำแข็งและภูมิประเทศภูเขาที่ไม่มั่นคง อาจนำไปสู่น้ำท่วมและกระแสโคลนเศษหินไหลลงสู่พื้นที่ชุมชน

 

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทางการเปรูเฝ้าระวังภัยที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอนดีส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งธารน้ำแข็งและชุมชนตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้เมื่อเกิดการพังทลายของน้ำแข็งหรือมวลหิน อาจก่อให้เกิดน้ำหลากและกระแสเศษซากไหลลงจากภูเขาอย่างรวดเร็ว

 

สถาบันวิจัยธารน้ำแข็งและระบบนิเวศภูเขาแห่งชาติ หรือ INAIGEM ระบุว่า จากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ตรวจพบ 528 แห่ง มี 58 แห่งที่อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก


Paola Moschella ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยธารน้ำแข็งของ INAIGEM ระบุว่า เปรูมีลักษณะคล้ายกับพื้นที่ภูเขาสูงในประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญภัยจากธารน้ำแข็ง เช่น เนปาล เนื่องจากมีทั้งธารน้ำแข็งและประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน


สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งถูกจับตาหลังเกิดเหตุธารน้ำแข็งพังถล่มเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลหิน น้ำแข็ง และโคลนไหลเข้าสู่ระบบแม่น้ำบนภูเขา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเกือบ 800 คน และสูญหายมากกว่า 3,000 คน บริเวณพื้นที่ทั้งสองฝั่งของชายแดนเนปาลและจีน


หนึ่งในพื้นที่ที่เปรูเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ทะเลสาบปัลกาโกชา (Lake Palcacocha) ซึ่งตั้งอยู่เหนือเมืองฮัวราซ ในแคว้นอันคาช โดยผลการศึกษาและแบบจำลองน้ำท่วมประเมินว่า หากเกิดหิมะถล่มหรือมวลน้ำแข็งถล่มลงสู่ทะเลสาบจนทำให้น้ำเอ่อล้น อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 27,407 คน


ความเสี่ยงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเมื่อเดือนเมษายน 2025 เคยเกิดหินถล่มและกระแสเศษซากไหลลงสู่ทะเลสาบธารน้ำแข็งแห่งใหม่ใกล้ภูเขาวัลลูนาราฮู (Vallunaraju) จนทะเลสาบเอ่อล้น และทำให้น้ำท่วมกับโคลนถล่มไหลไปถึงพื้นที่ชานเมืองฮัวราซ


ด้าน Benjamin Morales วิศวกรระบุว่า เปรูเผชิญภัยพิบัติที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งมากกว่าประเทศอื่น ๆ และเตือนว่าความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้น หากไม่มีมาตรการจัดการทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีความเสี่ยง เช่น การระบายน้ำออกจากทะเลสาบที่อยู่ในจุดอันตราย และการลดปัจจัยเสี่ยงโดยรอบ

 

เปรูพบทะเลสาบธารน้ำแข็งเสี่ยงล้น 528 แห่ง และ 58 แห่งอยู่ในระดับเสี่ยงสูงมาก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งและภูมิประเทศภูเขาที่ไม่มั่นคง

กรณีของ Lake Palcacocha เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญ เพราะหากเกิดมวลน้ำแข็งหรือหิมะถล่มลงทะเลสาบ อาจกระทบประชาชนกว่า 27,000 คน


ภัยจากธารน้ำแข็งจึงกลายเป็นความเสี่ยงที่หลายประเทศต้องเร่งพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย เพื่อให้สามารถแจ้งประชาชนและอพยพได้ก่อนเกิดน้ำหลากหรือโคลนถล่ม

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters