ภูเขาถล่มล้างชุมชน! สูญหายกว่า 3 พัน ชาวบ้านกลับบ้านเหลือแต่ซาก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภูเขาถล่มล้างชุมชน! สูญหายกว่า 3 พัน ชาวบ้านกลับบ้านเหลือแต่ซาก

ชาวบ้านในพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากมหาอุทกภัยในเทือกเขาหิมาลัยของเนปาล เริ่มทยอยกลับมายังบ้านเรือนของตัวเองเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เพื่อเผชิญหน้ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น และภารกิจครั้งใหญ่ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังภัยพิบัติรุนแรงพัดถล่มพื้นที่เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 750 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 3,000 คน ทั้งสองฝั่งของพรมแดนเนปาล–จีน หลังเกิดกระแสน้ำและมวลวัสดุจำนวนมหาศาล ทั้งน้ำแข็ง ก้อนหิน โคลน และเศษซาก พัดถล่มผ่านหุบเขาและเส้นทางแม่น้ำ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สภากาชาดประเมินว่า ผู้คนมากกว่า 90,000 คน อาจได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ขณะที่ทางการจีนเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สรุปข่าว

เนปาล–ทิเบตยังวิกฤต! ยอดเสียชีวิตพุ่ง 750 ราย สูญหายกว่า 3,000 คน หลังน้ำแข็ง หิน โคลน และเศษซากถล่มผ่านหุบเขา ชาวบ้านทยอยกลับบ้านที่พังเสียหาย ขณะที่ฝนระลอกใหม่ทำระดับน้ำแม่น้ำตรีชูลีเพิ่มสูง เสี่ยงเกิดน้ำท่วมซ้ำ ด้านกู้ภัยยังทำได้ยากจากสภาพอากาศเลวร้าย

ชาวบ้านในพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากมหาอุทกภัยในเทือกเขาหิมาลัยของเนปาล เริ่มทยอยกลับมายังบ้านเรือนของตัวเองเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เพื่อเผชิญหน้ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น และภารกิจครั้งใหญ่ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังภัยพิบัติรุนแรงพัดถล่มพื้นที่เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 750 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 3,000 คน ทั้งสองฝั่งของพรมแดนเนปาล–จีน หลังเกิดกระแสน้ำและมวลวัสดุจำนวนมหาศาล ทั้งน้ำแข็ง ก้อนหิน โคลน และเศษซาก พัดถล่มผ่านหุบเขาและเส้นทางแม่น้ำ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สภากาชาดประเมินว่า ผู้คนมากกว่า 90,000 คน อาจได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ขณะที่ทางการจีนเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียบ้านและทรัพย์สินแทบทั้งหมด การกลับมายังพื้นที่ไม่ได้หมายถึงการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่คือการเผชิญหน้ากับซากความเสียหายและคำถามว่า จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร

มีนา คุปตา ชาวเมืองตรีชูลี เปิดเผยว่า ขณะนี้แทบไม่เหลืออะไรแล้ว และต้องอาศัยอยู่ในอาคารของเทศบาล โดยใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นทั้งที่พักและที่นอน พร้อมยอมรับว่าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป และกำลังตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของเนปาลระบุว่า ประชาชนและทีมกู้ภัยต้องเคลื่อนย้ายขึ้นไปยังพื้นที่สูง หลังระดับน้ำในแม่น้ำตรีชูลีเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา จากฝนที่ตกลงมาอีกครั้ง ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือยังต้องเผชิญกับอุปสรรคจากสภาพอากาศเลวร้าย โดยปฏิบัติการกู้ภัยถูกระงับหลายครั้งตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังต้องจับตาทะเลสาบแห่งหนึ่งซึ่งก่อตัวขึ้นบริเวณชายแดนเนปาล–จีนจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้น้ำเริ่มเอ่อล้นลงสู่แม่น้ำเลนเด โคลา และแม่น้ำตรีชูลี ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเพิ่มเติมในพื้นที่ด้านล่าง

ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่เพียงทิ้งไว้ซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ยังทำให้ผู้รอดชีวิตต้องเผชิญกับภารกิจฟื้นฟูชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังไม่จบลง เพราะฝนยังคงตกและระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ทะเลสาบที่เกิดจากภัยพิบัติยังมีความเสี่ยงเอ่อล้น

จากมหันตภัยที่กวาดเอาทั้งน้ำแข็ง หิน โคลน และซากปรักหักพังลงจากภูเขา สู่ชีวิตของผู้คนหลายหมื่นคนที่ต้องเริ่มต้นใหม่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนถึงความเปราะบางของพื้นที่หิมาลัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติรุนแรงในพื้นที่ภูเขา


ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters