
กรมทรัพยากรธรณีถอดบทเรียนเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่เนปาลและทิเบต เตือนภัยธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงได้ หากมีหลายปัจจัยกระตุ้นเกิดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ประเทศไทยแม้ไม่มีธารน้ำแข็ง แต่ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ที่ดินอุ้มน้ำจนเต็มที่
นายปรีชา สายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และโฆษกกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในเนปาลและทิเบตมีปัจจัยกระตุ้นต่อเนื่อง เริ่มจากแผ่นดินไหวขนาดประมาณ 5 ตามมาด้วยการแตกและถล่มของธารน้ำแข็งในพื้นที่ภูเขาสูง เมื่อประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขารูปตัววี หรือ V-shaped valley จึงทำให้มวลดิน น้ำ และเศษวัสดุจากพื้นที่สูงไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง
สรุปข่าว
กรมทรัพยากรธรณีถอดบทเรียนเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่เนปาลและทิเบต เตือนภัยธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงได้ หากมีหลายปัจจัยกระตุ้นเกิดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ประเทศไทยแม้ไม่มีธารน้ำแข็ง แต่ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ที่ดินอุ้มน้ำจนเต็มที่
นายปรีชา สายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และโฆษกกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในเนปาลและทิเบตมีปัจจัยกระตุ้นต่อเนื่อง เริ่มจากแผ่นดินไหวขนาดประมาณ 5 ตามมาด้วยการแตกและถล่มของธารน้ำแข็งในพื้นที่ภูเขาสูง เมื่อประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขารูปตัววี หรือ V-shaped valley จึงทำให้มวลดิน น้ำ และเศษวัสดุจากพื้นที่สูงไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง
นอกจากนี้ ยังมีเขื่อนดินธรรมชาติขวางทางน้ำ เมื่อมวลน้ำและเศษวัสดุจำนวนมากไหลลงมา จึงเพิ่มแรงและปริมาณของกระแสน้ำ ส่งผลให้บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงถึงอาคารชั้น 3-5 ขณะที่หลังระดับน้ำลดลงยังต้องเผชิญกับปริมาณโคลนและตะกอนจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ภัยพิบัติในพื้นที่ภูเขาอาจเกิดจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกันและยกระดับความรุนแรงอย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย แม้ไม่มีธารน้ำแข็งเหมือนเนปาล แต่มีปัจจัยทางธรรมชาติที่สามารถนำไปสู่สถานการณ์รุนแรงในลักษณะใกล้เคียงกันได้ โดยเฉพาะฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือ Rain Bomb หากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจนชั้นดินอุ้มน้ำเต็มที่ ความมั่นคงของมวลดินจะลดลง และเพิ่มโอกาสเกิดดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ลาดชัน
หนึ่งในตัวอย่างที่ต้องเฝ้าระวังคืออำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเคยเกิดฝนตกประมาณ 300 มิลลิเมตรภายในคืนเดียว ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่สามารถทำให้มวลดินเกิดการเคลื่อนตัวและนำไปสู่ภัยพิบัติได้
ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มกระจายอยู่ใน 54 จังหวัด ครอบคลุมทั้งพื้นที่เสี่ยงระดับสูง ปานกลาง และต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงระดับสูง กรมทรัพยากรธรณีเร่งติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของมวลดิน เพื่อเฝ้าระวังสัญญาณผิดปกติ เช่น การเอียงเทของพื้นที่และการเคลื่อนตัวของชั้นดิน ก่อนนำข้อมูลไปใช้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในพื้นที่เสี่ยง
ในระยะต่อไป กรมทรัพยากรธรณีร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เตรียมพัฒนา API Model เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดมวลดินและอุปกรณ์เฝ้าระวังต่าง ๆ ให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น หวังเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
บทเรียนจากเนปาลและทิเบตจึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ภัยพิบัติในพื้นที่ภูเขาอาจไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดจาก “หลายตัวเร่ง” ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ตั้งแต่ฝนตกหนัก ดินอุ้มน้ำเต็ม ไปจนถึงสภาพภูมิประเทศและการเปลี่ยนแปลงของมวลดิน ซึ่งการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้เร็วที่สุดอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
- รัฐบาลเนปาลจะเก็บ DNA ของผู้เสียชีวิตที่ระบุตัวตนไม่ได้ ก่อนนำไปฝังเนื่องจากเริ่มเน่าเปื่อย
- ผู้สูญหายน้ำท่วม-ดินถล่มเนปาลเพิ่มเกือบ 2,000 คน เสียชีวิตเพิ่มเป็น 579 ราย
- เนปาล-ทิเบตเฝ้าระวัง “ทะเลสาบกั้นขวาง” เสี่ยงน้ำหลากซ้ำ
- “แมลงสาบไซบอร์ก” นักกู้ภัยจิ๋วแห่งอนาคต
- ไขปมภัยพิบัติเนปาล! 3 นักวิชาการชี้ “โลกร้อน” เร่งวิกฤตธารน้ำแข็งละลาย
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
