
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เผยสาเหตุทำไมน้ำแข็งบนหลังคาโลกหิมาลัยละลายอย่างรวดเร็ว? โดยระบุว่า สาเหตุหลักที่ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ มาจากภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่าธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้กำลังละลายเร็วกว่าในอดีตถึง 2 เท่าและจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มรุนแรงในแถบเนปาลและทิเบตบ่อยครั้งขึ้น โดยปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการละลายของน้ำแข็งอย่างรวดเร็วได้แก่
อุณหภูมิบนภูเขาสูงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
พื้นที่ภูเขาสูงมักจะมีความร้อนสะสมเร็วกว่าพื้นที่ราบ โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าเทือกเขาหิมาลัยมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าพื้นที่ราบเกือบ 2 เท่าส่งผลให้หิมะที่เคยตกในฤดูหนาวลดลงและละลายเร็วขึ้นอย่างมาก
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เผยสาเหตุทำไมน้ำแข็งบนหลังคาโลกหิมาลัยละลายอย่างรวดเร็ว? โดยระบุว่า สาเหตุหลักที่ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ มาจากภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่าธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้กำลังละลายเร็วกว่าในอดีตถึง 2 เท่าและจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มรุนแรงในแถบเนปาลและทิเบตบ่อยครั้งขึ้น โดยปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการละลายของน้ำแข็งอย่างรวดเร็วได้แก่
อุณหภูมิบนภูเขาสูงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
พื้นที่ภูเขาสูงมักจะมีความร้อนสะสมเร็วกว่าพื้นที่ราบ โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าเทือกเขาหิมาลัยมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าพื้นที่ราบเกือบ 2 เท่าส่งผลให้หิมะที่เคยตกในฤดูหนาวลดลงและละลายเร็วขึ้นอย่างมาก
เขม่าดำจากมลพิษทางอากาศ (Black Carbon)
ลมได้พัดพาเอาเขม่าดำ สปอร์ มลพิษจากการเผาไหม้ และควันจากโรงงานหรือยานพาหนะในเอเชียใต้ลอยขึ้นไปตกค้างบนผิวหิมะสีขาวทำให้เกิดการลดการสะท้อนแสง ซึ่งโดยปกติหิมะสีขาวจะสะท้อนแสงแดดกลับออกไปได้ดี (Albedo Effect) แต่เมื่อมีเขม่าดำมาเกาะทำให้หิมะกลายเป็นสีคล้ำในหลายแห่ง จึงดูดซับรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้แทนส่งผลให้น้ำแข็งละลายได้เร็วขึ้น
หินและดินดูดความร้อน
เมื่อธารน้ำแข็งบางส่วนละลายไปจะเผยให้เห็นหน้าดินหรือโขดหินสีเข้มที่อยู่ด้านใต้ หินเหล่านี้จะดูดความร้อนจากแสงแดดเอาไว้ ทำให้พื้นที่โดยรอบอุ่นขึ้นและยังไปช่วยเร่งน้ำแข็งก้อนข้าง ๆ ให้ละลายเร็วยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ
เกิดการขยายตัวของทะเลสาบธารน้ำแข็ง (Glacial Lakes)
มวลน้ำที่ละลายออกมาจะรวมตัวกันเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งอยู่บนเขาสูงซึ่งน้ำในทะเลสาบเหล่านี้จะมีอุณหภูมิสูงกว่าก้อนน้ำแข็งจึงช่วยกัดเซาะฐานของธารน้ำแข็งที่อยู่ติดกันให้ละลายและพังทลายลงน้ำเร็วขึ้น
ผลกระทบที่น่ากังวล
วิกฤตนี้จะส่งผลโดยตรงต่อประชากรกว่า 2,000 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายน้ำ เนื่องจากธารน้ำแข็งหิมาลัยเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย (เช่น แม่น้ำสินธุ แม่น้ำคงคา และแม่น้ำพรหมบุตร) ในระยะสั้นจะทำให้เกิดน้ำท่วมที่มาจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก (GLOFs) และดินถล่มครั้งใหญ่ ซึ่งพัดทำลายชุมชน ส่วนในระยะยาวจะนำไปสู่ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจืดในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างรุนแรง
- สทนช.เตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. เสี่ยงน้ำหลาก-โคลนถล่ม เช็กเลยพื้นที่ไหนเสี่ยง?
- เด็ก 580 ล้านคน กำลังโตใน “โลกที่ร้อนกว่าเดิม”
- โลกร้อนเขย่าหิมาลัย! ธารน้ำแข็งถล่ม สู่ “สึนามิโคลน” กลืนพื้นที่ด้านล่าง
- จากยอดเขาสู่หายนะ เมื่อมวลน้ำมหาศาล ถูกปลดปล่อยในไม่กี่นาที!
- หิมาลัยเดือด! ธารน้ำแข็งถล่ม เปลี่ยนภูเขาเป็น “สึนามิ”
ที่มาข้อมูล : FB Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Envato
