สทนช.เตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. เสี่ยงน้ำหลาก-โคลนถล่ม เช็กเลยพื้นที่ไหนเสี่ยง?

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช.เตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. เสี่ยงน้ำหลาก-โคลนถล่ม เช็กเลยพื้นที่ไหนเสี่ยง?

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน ในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดแม่ฮ่องสอน   เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่   พะเยา เพชรบูรณ์ ตาก และจังหวัดพิษณุโลก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม  สกลนคร และจังหวัดร้อยเอ็ด, ภาคตะวันตก ที่จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออก  จังหวัดจันทบุรีและตราด 

 

นอกจากนี้ได้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ น้ำยวม บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน, แม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย, แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน, แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก, แม่น้ำยม บริเวณจังหวัดแพร่ สุโขทัย และพิจิตร, แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย บริเวณจังหวัดพิษณุโลก และลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด


สรุปข่าว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงในที่ 29 ส.ค.- 2 ก.ย. โดยมีพื้นที่เสียงหลายพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน ในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดแม่ฮ่องสอน   เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่   พะเยา เพชรบูรณ์ ตาก และจังหวัดพิษณุโลก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม  สกลนคร และจังหวัดร้อยเอ็ด, ภาคตะวันตก ที่จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออก  จังหวัดจันทบุรีและตราด 

 

นอกจากนี้ได้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ น้ำยวม บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน, แม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย, แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน, แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก, แม่น้ำยม บริเวณจังหวัดแพร่ สุโขทัย และพิจิตร, แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย บริเวณจังหวัดพิษณุโลก และลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด


ทั้งนี้ สทนช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมรับมือ โดยได้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

 

ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น–ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ บูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที และได้ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

ที่มาข้อมูล : สทนช.

ที่มารูปภาพ : Envato