ฤทธิ์ “หิมาลัย”เดือด! ธารน้ำแข็งถล่ม-น้ำป่าทะลัก ยังสูญหายอีกนับพันราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฤทธิ์ “หิมาลัย”เดือด! ธารน้ำแข็งถล่ม-น้ำป่าทะลัก ยังสูญหายอีกนับพันราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลยังคงระดมกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตตามหุบเขาและพื้นที่ไหล่เขาที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง หลังมวลน้ำและเศษซากจากการพังถล่มของหินและน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งไหลลงสู่แม่น้ำ ก่อนเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 392 ราย แบ่งเป็นในเนปาล 389 ราย และทิเบตของจีน 3 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายมากกว่า 1,000 คนในทั้งสองประเทศ


ทางการจีนระบุว่า มีชาวจีนเกือบ 100 คนสูญหายอยู่ในพื้นที่ฝั่งเนปาล ขณะที่ทางการเนปาลยังไม่สามารถประเมินจำนวนผู้สูญหายทั้งหมดได้อย่างชัดเจน โดยมีชาวต่างชาติมากกว่า 650 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย สหรัฐฯ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อังกฤษ และแคนาดา โดยผู้ประสบภัยจำนวนมากเป็นผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังเขตไกรลาส-มานัสโรวาร์ในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและชาวพุทธ


ขณะเดียวกัน เนปาลและจีนได้ออกคำเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมระลอกใหม่ หลังพบว่ามีน้ำสะสมอยู่ในทะเลสาบ 2 แห่งที่ตั้งอยู่คนละฝั่งของพรมแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลากในพื้นที่ปลายน้ำ


สรุปข่าว

ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเทือกเขาหิมาลัยเป็นที่จับตาไปทั่วโลก หลังมวลน้ำและเศษซากจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในเนปาล คร่าชีวิตผู้คนเกือบ 400 ราย และมีผู้สูญหายอีกนับพัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มวลน้ำมหาศาลอาจไหลลงสู่พื้นที่ราบของอินเดีย และเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลยังคงระดมกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตตามหุบเขาและพื้นที่ไหล่เขาที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง หลังมวลน้ำและเศษซากจากการพังถล่มของหินและน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งไหลลงสู่แม่น้ำ ก่อนเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 392 ราย แบ่งเป็นในเนปาล 389 ราย และทิเบตของจีน 3 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายมากกว่า 1,000 คนในทั้งสองประเทศ


ทางการจีนระบุว่า มีชาวจีนเกือบ 100 คนสูญหายอยู่ในพื้นที่ฝั่งเนปาล ขณะที่ทางการเนปาลยังไม่สามารถประเมินจำนวนผู้สูญหายทั้งหมดได้อย่างชัดเจน โดยมีชาวต่างชาติมากกว่า 650 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย สหรัฐฯ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อังกฤษ และแคนาดา โดยผู้ประสบภัยจำนวนมากเป็นผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังเขตไกรลาส-มานัสโรวาร์ในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและชาวพุทธ


ขณะเดียวกัน เนปาลและจีนได้ออกคำเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมระลอกใหม่ หลังพบว่ามีน้ำสะสมอยู่ในทะเลสาบ 2 แห่งที่ตั้งอยู่คนละฝั่งของพรมแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลากในพื้นที่ปลายน้ำ


สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวในเบื้องต้นถูกเข้าใจว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาด 4.4 แต่การตรวจสอบพบว่า แรงสั่นสะเทือนมีสาเหตุมาจากการพังถล่มของหินและน้ำแข็งจากธารน้ำแข็ง ก่อนที่มวลเศษซากจำนวนมหาศาลจะไหลตามลงมาและก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก


ด้านกองกำลังความมั่นคงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยของเนปาลยังคงใช้เฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาผู้รอดชีวิต พร้อมลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็นไปยังประชาชนหลายพันคนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลังถนนและเส้นทางคมนาคมหลายสายได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำและเศษซากที่ไหลลงมาจากพื้นที่ภูเขา


ส่วนนานาชาติก็ทยอยส่งความช่วยเหลือ โดยสหรัฐฯ เสนอสนับสนุนภารกิจกู้ภัยของเนปาล พร้อมระบุว่ามีชาวอเมริกันราว 50-60 คนที่ยังสูญหาย แม้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับรายชื่อทั้งหมด ขณะที่ทีมกู้ภัยจากเกาหลีใต้เดินทางถึงกรุงกาฐมาณฑุแล้ว เพื่อเข้าร่วมสนับสนุนการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย


นอกจากนี้ อินเดีย อังกฤษ แคนาดา และองค์การสหประชาชาติ ต่างแสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลเนปาลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่อินเดียต้องเผชิญ เนื่องจากแม่น้ำหลายสายที่ไหลผ่านพื้นที่ตอนเหนือของอินเดียมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยในเนปาล หากเกิดการพังถล่มหรือฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขา มวลน้ำ ตะกอน และเศษซากจำนวนมหาศาลอาจไหลลงสู่พื้นที่ราบและส่งผลกระทบต่อชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น


รัฐพิหารทางตะวันออกของอินเดียถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญน้ำท่วมรุนแรงเป็นประจำ และมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากแหล่งน้ำจากฝน ลำธาร และแม่น้ำสายเล็กที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำสายสำคัญทางตอนเหนือของรัฐ มีเพียงประมาณ 35% ที่อยู่ภายในรัฐพิหาร ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำส่วนใหญ่อยู่ภายนอกประเทศ โดยเฉพาะในเนปาลและทิเบต ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าสู่รัฐพิหาร
 

ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า ภัยพิบัติที่เริ่มต้นจากพื้นที่สูงของเทือกเขาหิมาลัยไม่ได้จำกัดผลกระทบอยู่เฉพาะในเนปาล แต่ความเสี่ยงสามารถถูกส่งต่อไปตามระบบแม่น้ำสู่พื้นที่ราบของอินเดีย และอาจพัฒนาเป็นวิกฤตน้ำท่วมขนาดใหญ่ในรัฐพิหารและพื้นที่โดยรอบได้


เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของภัยพิบัติในพื้นที่ภูเขากับชุมชนปลายน้ำ และความจำเป็นในการเฝ้าระวังระบบน้ำในพื้นที่ข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและเหตุการณ์สุดขั้วทางธรรมชาติ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters