เช็กพิกัด “ฝนตกหนัก” ทั่วไทย จีนเฝ้าระวังพายุ 4 ลูกต่อเนื่อง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เช็กพิกัด “ฝนตกหนัก” ทั่วไทย จีนเฝ้าระวังพายุ 4 ลูกต่อเนื่อง

ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน หลายพื้นที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์พายุบริเวณประเทศจีนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังมีการก่อตัวของพายุหลายระบบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้พายุที่อยู่บริเวณจีนตอนใต้ตามข้อมูลในต้นฉบับ ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ประชาชนที่มีแผนเดินทางไปพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

29 ส.ค.-2 ก.ย. ฝนไทยเพิ่ม ระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ก่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

พื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและด้านตะวันออกของภาค รวมถึงพื้นที่รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สรุปข่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. ไทยมีฝนเพิ่ม เสี่ยงฝนหนักถึงหนักมาก วันที่ 29 ส.ค. เฝ้าระวัง 36 จังหวัด ขณะที่ลุ่มเจ้าพระยาปรับระบายน้ำ 620 ลบ.ม./วินาที ส่วนสถานการณ์พายุหลายระบบบริเวณจีนและแปซิฟิกตะวันตกต้องติดตามต่อเนื่อง โดยพายุที่จีนตอนใต้ไม่เข้าไทย

ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน หลายพื้นที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์พายุบริเวณประเทศจีนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังมีการก่อตัวของพายุหลายระบบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้พายุที่อยู่บริเวณจีนตอนใต้ตามข้อมูลในต้นฉบับ ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ประชาชนที่มีแผนเดินทางไปพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

29 ส.ค.-2 ก.ย. ฝนไทยเพิ่ม ระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ก่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

พื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและด้านตะวันออกของภาค รวมถึงพื้นที่รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เช็กพิกัด 36 จังหวัด ฝนหนักวันที่ 29 สิงหาคม

สำหรับวันที่ 29 สิงหาคม มีพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักและหนักมากรวม 36 จังหวัด โดยแบ่งพื้นที่ตามระดับการเตือน ดังนี้

พื้นที่ฝนตกหนักมาก 3 จังหวัด

บึงกาฬ นครพนม และตราด

ภาคเหนือ 11 จังหวัด

แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด

เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม ยโสธร ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 4 จังหวัด

นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก 5 จังหวัด

นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง และจันทบุรี

ภาคใต้ 5 จังหวัด

ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

โดย นครพนม อยู่ทั้งในกลุ่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดที่ถูกยกระดับเฝ้าระวังฝนตกหนักมาก

เชียงใหม่เจอน้ำป่า น่านต้องจับตาฝนรอบใหม่

สถานการณ์ในภาคเหนือเริ่มมีผลกระทบจากฝนหนักแล้ว โดยบริเวณถนนสายแม่มาลัย-ปาย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 10 หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากหลังมีฝนตกหนัก มวลน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนใกล้เคียง 5 หลังคาเรือน ทำให้ประชาชนต้องเร่งนำกระสอบทรายมาปิดกั้นทางน้ำ

พื้นที่จังหวัดน่านเป็นอีกจุดที่ต้องติดตาม เนื่องจากเพิ่งผ่านสถานการณ์อุทกภัย และอยู่ในรายชื่อพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักรอบใหม่ การมีฝนสะสมเพิ่มเติมอาจเพิ่มความเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ใกล้ทางน้ำ

เจ้าพระยาระบายน้ำ 620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นอกจากฝนโดยตรงแล้ว สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยายังต้องติดตาม หลังปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท จึงปรับการระบายน้ำขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 38 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง

พื้นที่ตั้งแต่อำเภอสรรพยาลงไปจนถึงพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10-30 เซนติเมตร ประชาชนริมแม่น้ำและผู้ประกอบการกระชังปลาควรตรวจสอบและผูกยึดสิ่งปลูกสร้างให้มั่นคง

จับตาพายุหลายระบบบริเวณจีน-แปซิฟิกตะวันตก

อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์พายุบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและพื้นที่ใกล้ประเทศจีนยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้มีการก่อตัวของพายุหลายระบบในเวลาใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับระบบพายุที่มีข้อมูลระบุชัดในต้นฉบับ คือพายุดีเปรสชันบริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว และ ไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย

ดังนั้น ปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วง 29 สิงหาคม-2 กันยายน ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา คือ ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ขณะที่สถานการณ์พายุบริเวณจีนและแปซิฟิกตะวันตกเป็นอีกสถานการณ์ที่ต้องติดตามควบคู่กัน

ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร

สภาพคลื่นลมในทะเลจะมีกำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ผู้ประกอบการเดินเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

ช่วง 29 สิงหาคม-2 กันยายน จึงเป็นช่วงที่ประชาชนควรติดตามทั้งสถานการณ์ฝน น้ำในแม่น้ำ และคลื่นลม โดยเฉพาะ 36 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังวันที่ 29 สิงหาคม รวมถึงจังหวัดที่เพิ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์