จับตา 7 จังหวัดเสี่ยงท่วม! แม้พายุ “นาร์รา” อ่อนกำลัง แต่มรสุมยังแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา 7 จังหวัดเสี่ยงท่วม! แม้พายุ “นาร์รา” อ่อนกำลัง  แต่มรสุมยังแรง

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า พายุ “นาร์รา” อ่อนกำลัง แต่ยังดึงมรสุมแรง เตือนหลายพื้นที่รับมือฝนหนัก

 

แม้พายุโซนร้อน “นาร์รา” จะเริ่มอ่อนกำลังลง และไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่แบบจำลองสภาพอากาศยังมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง โดยพายุยังคงวนเวียนอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ยและเวียดนามตอนบน ก่อนคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจีนตอนใต้และอ่อนกำลังลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุยังมีส่วนดึงให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้บางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก


พื้นที่ที่ควรจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือด้านตะวันตก โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและตาก ภาคกลางบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันออกในจังหวัดจันทบุรีและตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะระนองและพังงา ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนพื้นที่อื่นยังเป็นฝนตามอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุม จึงยังไม่ถือว่าน่ากังวลในระดับเดียวกัน แต่ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


สรุปข่าว

พายุ “นาร์รา” อ่อนกำลังลงแล้วและไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ยังดึงมรสุมให้มีกำลังแรง ทำหลายพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก โดยเฉพาะ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า พายุ “นาร์รา” อ่อนกำลัง แต่ยังดึงมรสุมแรง เตือนหลายพื้นที่รับมือฝนหนัก

 

แม้พายุโซนร้อน “นาร์รา” จะเริ่มอ่อนกำลังลง และไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่แบบจำลองสภาพอากาศยังมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง โดยพายุยังคงวนเวียนอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ยและเวียดนามตอนบน ก่อนคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจีนตอนใต้และอ่อนกำลังลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุยังมีส่วนดึงให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้บางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก


พื้นที่ที่ควรจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือด้านตะวันตก โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและตาก ภาคกลางบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันออกในจังหวัดจันทบุรีและตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะระนองและพังงา ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนพื้นที่อื่นยังเป็นฝนตามอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุม จึงยังไม่ถือว่าน่ากังวลในระดับเดียวกัน แต่ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ช่วงวันที่ 26–29 สิงหาคม การกระจายตัวของฝนมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้แนวอิทธิพลของพายุ รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุมอย่างภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก จึงต้องระวังฝนตกสะสม ขณะเดียวกันหลายพื้นที่ยังมีฝนน้อย โดยเฉพาะภาคกลางและภาคอีสานด้านตะวันตก เช่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ รวมถึงบางพื้นที่ของภาคตะวันออก จึงควรวางแผนการใช้น้ำอย่างรัดกุม พร้อมเก็บกักและสำรองน้ำหากมีฝนตก

 

จากนั้นช่วงวันที่ 30 สิงหาคม–2 กันยายน ฝนมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยยังเกิดซ้ำในพื้นที่เดิมทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุม ขณะที่ช่วงต้นเดือนกันยายน คาดว่าร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศไทยตอนกลางมากขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้พื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีฝนน้อย เช่น ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนกลางถึงตอนล่าง และภาคกลาง มีโอกาสได้รับฝนเพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ฝนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะปลอดภัย เพราะบริเวณที่มีฝนสะสมมากยังมีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน รวมถึงภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก จึงต้องกลับมาเฝ้าระวังฝนหนักและสถานการณ์อุทกภัยอีกระยะ


สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตามอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงสลับเป็นช่วง ๆ ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง ส่วนช่วงวันที่ 3–9 กันยายน การกระจายตัวของฝนยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และอาจมีฝนหนักสลับในบางพื้นที่

 

ส่วนสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ถือว่าอยู่ในช่วงที่มีโอกาสเกิดพายุถี่ขึ้นตามฤดูกาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าพายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง จึงไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวลือหรือการคาดการณ์ที่ยังไม่มีความชัดเจน

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan