จับตา 11 จังหวัด! ระวังน้ำท่วมฉับพลัน เตือบรับมือฝนระลอกใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา 11 จังหวัด! ระวังน้ำท่วมฉับพลัน เตือบรับมือฝนระลอกใหม่

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ฝนยังสลับหนัก-เบา มรสุมปานกลางถึงค่อนข้างแรง จับตาพื้นที่เสี่ยงฝนสะสม

 

แบบจำลองสภาพอากาศยังมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มรสุมยังมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ทำให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยจุดที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ได้แก่ ภาคเหนือตะวันตก โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและตาก ภาคกลางบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างระนองและพังงา ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง

 

ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังคงมีฝนตามอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุม สถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวลมากนัก แต่ควรเตรียมพร้อมและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด


สรุปข่าว

คาดการณ์อากาศช่วง 27 ส.ค.–2 ก.ย. ฝนยังสลับหนัก-เบา โดยต้องจับตา แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา รวมถึง เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน ที่มีโอกาสฝนตกหนักและฝนสะสม ส่วนพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ฝนน้อยอย่าง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และอีสานตอนกลาง-ล่าง มีแนวโน้มได้ฝนเพิ่มขึ้นช่วงต้นเดือน ก.ย. ขณะที่ 3–10 ก.ย. ฝนมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้น แต่พื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบน ยังต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ฝนยังสลับหนัก-เบา มรสุมปานกลางถึงค่อนข้างแรง จับตาพื้นที่เสี่ยงฝนสะสม

 

แบบจำลองสภาพอากาศยังมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มรสุมยังมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ทำให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยจุดที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ได้แก่ ภาคเหนือตะวันตก โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและตาก ภาคกลางบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างระนองและพังงา ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง

 

ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังคงมีฝนตามอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุม สถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวลมากนัก แต่ควรเตรียมพร้อมและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด


ช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 การกระจายตัวของฝนจะลดลงบ้าง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันตก ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุมอย่างภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก จึงต้องระวังฝนตกสะสมในบางพื้นที่

 

ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่มีฝนน้อย ได้แก่ ภาคกลาง ภาคอีสานด้านตะวันตก ตั้งแต่ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ไปจนถึงสุรินทร์ รวมถึงบางพื้นที่ของภาคตะวันออก ยังคงมีความเสี่ยงฝนน้อยในช่วงนี้ จึงควรวางแผนการใช้น้ำอย่างรัดกุม และหากมีฝนตกควรเร่งเก็บกักและสำรองน้ำไว้ใช้

 

ช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกระลอก แต่ยังคงเกิดซ้ำในพื้นที่เดิม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุม ขณะที่ช่วงต้นเดือนกันยายนคาดว่าแนวร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศไทยมากขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน

 

ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยให้พื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีฝนน้อย เช่น ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนกลางถึงตอนล่าง และภาคกลาง มีโอกาสได้รับฝนเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในด้านการกระจายตัวของฝน แต่ในพื้นที่ที่มีฝนมากอยู่แล้ว ยังคงต้องระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน รวมถึงภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ซึ่งต้องกลับมาเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนหนักและอุทกภัยอีกครั้ง


สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนตามอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม โดยมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงและสลับกำลังเป็นช่วง ๆ ชาวเรือและชาวประมงจึงยังต้องระวังคลื่นลมแรงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

 

ช่วงวันที่ 3-10 กันยายน 2569 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยคาดว่าฝนจะกระจายเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีฝนน้อยจะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และอาจมีฝนตกหนักสลับกับฝนเบาในบางพื้นที่

 

ส่วนสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่พายุเริ่มก่อตัวถี่ขึ้นตามฤดูกาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ฝนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ยังคงเป็นผลจากอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุมเป็นหลัก ทั้งนี้ แบบจำลองสภาพอากาศยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลที่มีการประมวลผลใหม่ จึงควรติดตามสถานการณ์เป็นระยะ และใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางประกอบการวางแผนและตัดสินใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : Somkuan Tonjan