สทนช. เตือนลุ่มน้ำน่าน–โขง ระวังฝนเพิ่ม 29 ส.ค.-1 ก.ย. 69 เตรียมรับมือมวลน้ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช. เตือนลุ่มน้ำน่าน–โขง ระวังฝนเพิ่ม 29 ส.ค.-1 ก.ย. 69 เตรียมรับมือมวลน้ำ

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ในช่วง 7 วันข้างหน้า ปริมาณฝนโดยรวมอาจลดลง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน   มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนบริเวณลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำยม-น่าน ได้มอบหมายให้คณะกรรมการลุ่มน้ำพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 

สรุปข่าว

สทนช. เฝ้าระวังฝนเพิ่มช่วง 29 ส.ค. – 1 ก.ย. 69 ในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน–โขงตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตรียมรับมือมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน พร้อมเร่งติดตามน้ำต้นทุนและวางแผนจัดสรรน้ำในพื้นที่ฝนตกน้อย โดยนำข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA มาใช้เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล เพื่อลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำและเตรียมเสนอ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พิจารณาร่างมาตรการรองรับฤดูแล้งปีหน้า

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ในช่วง 7 วันข้างหน้า ปริมาณฝนโดยรวมอาจลดลง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน   มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนบริเวณลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำยม-น่าน ได้มอบหมายให้คณะกรรมการลุ่มน้ำพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 

สำหรับพายุโซนร้อน “นาร์รา” (NARRA) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน และคาดว่าจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม พายุอาจส่งผลทางอ้อมให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยคาดว่าแนวโน้มฝนในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของประเทศจะทยอยลดลงในช่วงปลายเดือนกันยายน ขณะที่พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 

ปัจจุบัน สทนช. มีการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำเป็นประจำทุกวัน และในช่วงที่มีความเสี่ยงที่ฝนตกหนัก จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่สทนช. จะประกาศแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์และการแจ้งเตือน เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พบว่าปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกบริเวณพื้นที่ชายขอบของประเทศ ส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและภาคกลาง มีปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ติดตามปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำทุกขนาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อยและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงกำหนดแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน 

เลขาธิการ สทนช. ได้เน้นย้ำให้สำรวจปริมาณน้ำและความจุของแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยนำข้อมูลดาวเทียม จาก GISTDA มาใช้เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล เพื่อประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายฤดูฝนและรองรับฤดูแล้ง ปีหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมเสนอร่างมาตรการรองรับมือฤดูแล้งปีหน้า ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณากำหนดเป็นมาตรการ

ที่มาข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ที่มารูปภาพ : Envato