สทนช.คาด กาญจนบุรี-ตาก เสี่ยงฝนหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช.คาด กาญจนบุรี-ตาก เสี่ยงฝนหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยสถานการณ์ฝนทั่วประเทศ มีปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวานนี้ในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.ตาก 195 มม. ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี 109   มม. และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 94 มม.    โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค. มากกว่า 200 มม. ที่  อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก  ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 63  ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ ได้ร้อยละ 47 โดยภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดร้อยละ73 ของความจุกักเก็บ ขณะที่ภาคกลาง  มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุด ร้อยละ  36 ของความจุกักเก็บ 

สรุปข่าว

จากฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ช่วยเติมน้ำในเขื่อนให้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 63 ขณะเดียวกันยังต้องเฝ้าระวังฝนหนักสะสมในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีและตากที่คาดว่าจะสูง 200 มม. ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยสถานการณ์ฝนทั่วประเทศ มีปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวานนี้ในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.ตาก 195 มม. ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี 109   มม. และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 94 มม.    โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค. มากกว่า 200 มม. ที่  อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก  ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 63  ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ ได้ร้อยละ 47 โดยภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดร้อยละ73 ของความจุกักเก็บ ขณะที่ภาคกลาง  มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุด ร้อยละ  36 ของความจุกักเก็บ 

ทั้งนี้ทางสทนช.ได้เร่งรัดการดำเนินการร่วมกับหน้วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของป้องกันอุทกภัย ทั้ง การใช้เทคโนโลยีประเมินภัย Real-time ร่วมทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็ว   จัดทำเช็กลิสต์การปฏิบัติงานรายจังหวัด  ทำคู่มือปฏิบัติงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อตรวจสอบระบบกั้นน้ำและทางระบายน้ำอย่างเป็นระบบวางแผนการเกษตรเชิงรุก ให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้น้ำในปีหน้า   และเร่งรัดการสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาช่วยลดขั้นตอนเอกสารและป้องกันการทุจริต

ที่มาข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ที่มารูปภาพ : Envato