
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เผยสาเหตุที่พายุขนาดใหญ่หนีห่างจากประเทศไทยในช่วงฤดูฝนปีนี้
โดยสาเหตุหลักที่พายุไต้ฝุ่นในปี 2026 นี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่อาเซียนและประเทศไทยโดยตรงเป็นผลมาจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งส่งผลให้จุดกำเนิดและทิศทางของพายุเปลี่ยนไปจากปีก่อนๆ
ปรากฏการณ์เอลนีโญดึงพายุไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ
พายุก่อตัวไกลออกไป โดยสภาพอากาศในปี 2026เกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ กระแสน้ำอุ่นพัดพาหอบควาชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก บริเวณประเทศอินโดนีเซีย และออสเตรเลียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกหรือทวีปอเมริกาใต้ เช่น ชิลี เปรู อาเจนติน่าเป็นต้น ทำให้จุดที่พายุไต้ฝุ่นเริ่มก่อตัวถูกขยับออกไปทางทิศตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้บริเวณไมโครนีเชียและเกาะกวมมากขึ้น
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เผยสาเหตุที่พายุขนาดใหญ่หนีห่างจากประเทศไทยในช่วงฤดูฝนปีนี้
โดยสาเหตุหลักที่พายุไต้ฝุ่นในปี 2026 นี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่อาเซียนและประเทศไทยโดยตรงเป็นผลมาจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งส่งผลให้จุดกำเนิดและทิศทางของพายุเปลี่ยนไปจากปีก่อนๆ
ปรากฏการณ์เอลนีโญดึงพายุไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ
พายุก่อตัวไกลออกไป โดยสภาพอากาศในปี 2026เกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ กระแสน้ำอุ่นพัดพาหอบควาชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก บริเวณประเทศอินโดนีเซีย และออสเตรเลียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกหรือทวีปอเมริกาใต้ เช่น ชิลี เปรู อาเจนติน่าเป็นต้น ทำให้จุดที่พายุไต้ฝุ่นเริ่มก่อตัวถูกขยับออกไปทางทิศตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้บริเวณไมโครนีเชียและเกาะกวมมากขึ้น
นอกจากนี้ทิศทางของพายุที่เคลื่อนตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกยังเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อพายุก่อตัวในจุดที่ไกลออกไป ประกอบกับมีแนวความกดอากาศสูงในมหาสมุทร ทำให้ทิศทางของพายุส่วนใหญ่ในปีนี้จึงโค้งตัวขึ้นไปทางทิศเหนือแทน โดยจะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังประเทศญี่ปุ่น ชายฝั่งตะวันออกของจีนและไต้หวัน ส่งผลให้ประเทศในแถบอาเซียนตอนล่างรวมถึงประเทศไทยปลอดภัยจากศูนย์กลางพายุโดยตรง ตัวอย่างพายุใหญ่ในปีนี้ที่เบนทิศทางหนีออกจากอาเซียนได้แก่
พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi)
เป็นพายุขนาดใหญ่ที่มีรัศมีกว้างและทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วใกล้เคียงระดับ 5 เคลื่อนตัวขึ้นเหนือและเข้าถล่มชายฝั่งของประเทศจีนซ้ำถึงสองครั้ง
พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (Dolphin)
พายุหมุนขนาดใหญ่ที่เพิ่งพัดผ่านโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่นและขึ้นฝั่งมณฑลเจ้อเจียงของจีนไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมโดยไม่มีทิศทางเคลื่อนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนเลย
แม้พายุไม่เข้าไทยแต่ส่งผลกระทบทางอ้อม
แม้ว่าศูนย์กลางพายุไต้ฝุ่นจะไม่พัดเข้ามาในประเทศไทยโดยตรงแต่พายุที่มีขนาดใหญ่ที่เคลื่อนผ่านทางตอนบน เช่น จีนหรือทะเลจีนใต้ จะทำหน้าที่เหมือนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ช่วยดึงรั้งและเพิ่มกำลังให้กับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยให้แรงขึ้นอย่างมาก เมื่อปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมที่กำลังพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนล่าง ส่งผลทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากจนเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือตอนบน, ภาคอีสานตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตกโดยจะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราว ขณะที่ฝนตกไม่ทั่วฟ้าหรือฝนแกว่ง ทำให้เขื่อนขนาดใหญ่ขาดน้ำเข้ามาเติม ดังนั้นปีนี้เกษตรกรที่ปลูกพืชใช้น้ำมากต้องระวัง โดยเฉพาะพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทาน
- อากาศร้อนเปลี่ยนรูปร่างผัก ไม่สวยตามมาตรฐาน ถึงกินได้แต่ถูกเมิน สู่ขยะอาหารซ้ำเติมโลกร้อน
- ทะเลเดือดทุบสถิติ ร้อนสุดในประวัติศาสตร์เดือน ก.ค. แถมเจอ “เอลนีโญ” ซ้ำเติม
- “เอลนีโญ” จ่อแรงขึ้นปลายปี ทำ “ฤดูฝน” ปีนี้สั้นลง แถม “ฤดูหนาว” ไม่หนาว!
- จีนเอาจริง! เดินเกมใหม่สู้โลกร้อน หวังเขียนกติกาโลกร้อนใหม่
- ฝนถล่ม “มะนิลา” ขยะทะลักคลอง-อุดท่อระบายน้ำ ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นทุกปี
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : NASA
