10,000 ชีวิตหายใน 7 วัน นี่คือผลกระทบที่ "โลกร้อน" กำลังทิ้งไว้หรือไม่?

Share on Line Share on Facebook Share on X
10,000 ชีวิตหายใน 7 วัน นี่คือผลกระทบที่ "โลกร้อน"  กำลังทิ้งไว้หรือไม่?

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปตะวันตกในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ไม่เพียงสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายประเทศ แต่ยังทิ้งร่องรอยความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าปกติมากกว่า 10,000 รายภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า เหตุการณ์ร้อนจัดครั้งนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์

 

เครือข่าย EuroMOMO ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยข้อมูลว่า ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร และอีกหลายพื้นที่ในยุโรป มีผู้เสียชีวิต "เกินกว่าค่าเฉลี่ยปกติ" ถึง 10,650 ราย


ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 9,000 ราย หรือกว่า 84% เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดต่อสภาพอากาศร้อนจัด


ลาสเซ เวสเตอร์การ์ด หัวหน้าแพทย์จากสถาบัน Statens Serum Institute ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเครือข่าย EuroMOMO กล่าวว่า การพบจำนวนผู้เสียชีวิตเกินปกติสูงเช่นนี้ในช่วงเวลานี้ของปีถือว่า "ผิดปกติอย่างมาก" และเป็นตัวเลขที่สูงอย่างยิ่ง เขาระบุว่า แทบไม่มีปัจจัยอื่นที่สามารถอธิบายการเสียชีวิตจำนวนมากครั้งนี้ได้นอกจาก "คลื่นความร้อนรุนแรง"



สรุปข่าว

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าปกติกว่า 10,650 รายในสัปดาห์เดียว โดยกว่า 9,000 รายเป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แทบไม่มีปัจจัยอื่นนอกจากคลื่นความร้อนที่อธิบายการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เสียชีวิต ขณะที่หลายประเทศเผชิญอุณหภูมิทำลายสถิติ ไฟฟ้าสะดุด และโรงเรียนต้องปิดนักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า คลื่นความร้อนรุนแรงครั้งนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งกำลังทำให้เหตุการณ์อากาศสุดขั้วเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปตะวันตกในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ไม่เพียงสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายประเทศ แต่ยังทิ้งร่องรอยความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าปกติมากกว่า 10,000 รายภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า เหตุการณ์ร้อนจัดครั้งนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์

 

เครือข่าย EuroMOMO ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยข้อมูลว่า ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร และอีกหลายพื้นที่ในยุโรป มีผู้เสียชีวิต "เกินกว่าค่าเฉลี่ยปกติ" ถึง 10,650 ราย


ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 9,000 ราย หรือกว่า 84% เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดต่อสภาพอากาศร้อนจัด


ลาสเซ เวสเตอร์การ์ด หัวหน้าแพทย์จากสถาบัน Statens Serum Institute ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเครือข่าย EuroMOMO กล่าวว่า การพบจำนวนผู้เสียชีวิตเกินปกติสูงเช่นนี้ในช่วงเวลานี้ของปีถือว่า "ผิดปกติอย่างมาก" และเป็นตัวเลขที่สูงอย่างยิ่ง เขาระบุว่า แทบไม่มีปัจจัยอื่นที่สามารถอธิบายการเสียชีวิตจำนวนมากครั้งนี้ได้นอกจาก "คลื่นความร้อนรุนแรง"



แม้ว่าข้อมูลของ EuroMOMO จะรวบรวมการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดหรือภาวะร้อนจัดโดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์สำคัญอื่น เช่น การระบาดของโควิด-19 ที่จะอธิบายการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เสียชีวิตได้


ที่น่าสนใจคือ ในช่วง 8 สัปดาห์ก่อนหน้า ประเทศกลุ่มเดียวกันกลับมีจำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ยต่ำกว่าระดับปกติประมาณ 500 รายต่อสัปดาห์ ยิ่งสะท้อนว่าการพุ่งขึ้นของตัวเลขในช่วงปลายเดือนมิถุนายนมีความผิดปกติอย่างชัดเจน

 

คลื่นความร้อนครั้งนี้ยังส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งทำให้ระบบไฟฟ้าบางพื้นที่ได้รับผลกระทบ โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน และหลายประเทศทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด โดยเฉพาะฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร

 

แม้ EuroMOMO จะไม่เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตรายประเทศ แต่ระบุว่า ฝรั่งเศสและเบลเยียม เป็นสองประเทศที่มีระดับการเสียชีวิตเกินปกติอยู่ในระดับ "สูงมาก" ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน


ด้านสถาบันสาธารณสุข Sciensano ของเบลเยียม ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ทำให้เบลเยียมมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2000

ขณะเดียวกัน งานวิจัยอีกชิ้นที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ประเมินว่า คลื่นความร้อนในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนใน อังกฤษและเวลส์ เพียงสองพื้นที่รวมกันราว 2,700 ราย

 

นักวิจัยจาก Imperial College London, UK Met Office และ London School of Hygiene & Tropical Medicine ยังพบว่า 42% ของผู้เสียชีวิตเหล่านี้ เป็นผลโดยตรงจากความร้อนที่รุนแรงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์

 

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศได้วิเคราะห์ตรงกันว่า คลื่นความร้อนปลายเดือนมิถุนายน 2026 แทบจะ "เป็นไปไม่ได้เลย" หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ ซึ่งกำลังทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงขึ้นทั่วโลก


คลื่นความร้อนประวัติศาสตร์ในยุโรปช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกินปกติกว่า 10,650 รายในสัปดาห์เดียว โดยกว่า 9,000 รายเป็นผู้สูงอายุ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าแทบไม่มีปัจจัยอื่นนอกจากคลื่นความร้อนที่อธิบายการสูญเสียครั้งนี้ได้ พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากมนุษย์กำลังเพิ่มความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อน จนกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพของประชากรทั่วโลก


ที่มาข้อมูล : NASA

ที่มารูปภาพ : Reuters