
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการก่อตัวอย่างรวดเร็วของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่มีความรุนแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมเตือนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นระยะ โดยทั่วไปจะกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน และมักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก
สรุปข่าว
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการก่อตัวอย่างรวดเร็วของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่มีความรุนแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมเตือนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นระยะ โดยทั่วไปจะกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน และมักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก
นายอัลวาโร ซิลวา นักวิทยาศาสตร์ของ WMO กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดสภาวะเอลนีโญขึ้นแล้วในบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก และแบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักมีความเห็นสอดคล้องกันอย่างมากว่า เอลนีโญครั้งนี้จะมีความรุนแรง
เขากล่าวว่า ระดับความรุนแรงของเอลนีโญมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยิ่งปรากฏการณ์รุนแรงมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศและภูมิอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาคมากขึ้นเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 WMO เคยคาดการณ์ว่าอาจเกิดเอลนีโญระดับปานกลางหรือรุนแรง แต่ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เอลนีโญรุนแรงกำลังก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และอาจปรับเพิ่มระดับการคาดการณ์อีก หากข้อมูลในช่วงปลายฤดูร้อนบ่งชี้ว่าอาจพัฒนาเป็นเอลนีโญที่รุนแรงมาก
การพยากรณ์ตามฤดูกาลยังชี้ให้เห็นถึงรูปแบบสภาพอากาศที่สอดคล้องกับเอลนีโญอย่างชัดเจน โดยหลายพื้นที่ของโลกอาจมีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ เช่น อเมริกากลาง แคริบเบียน และบางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ขณะที่บางพื้นที่ในเอเชียใต้ อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งในช่วงฤดูมรสุม
นายซิลวากล่าวเพิ่มเติมว่า เอลนีโญจะยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ผ่านมาในปีที่เกิดเอลนีโญ มักพบว่าอุณหภูมิโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ ยุโรปเพิ่งเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในช่วงวันที่ 20-28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยได้อย่างตึงตัว โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคลื่นความร้อนครั้งดังกล่าวแทบจะแน่นอนว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
WMO คาดว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี พ.ศ. 2570
- WMO เตือนเอลนีโญรุนแรงขึ้น ยุโรปเผชิญไฟป่า สเปน-โปรตุเกสเร่งคุมเพลิง
- สเปนรับมือคลื่นความร้อน แจก “กำไลวัดอุณหภูมิ” แจ้งเตือนก่อนกระทบสุขภาพ
- วิกฤตคลื่นความร้อนขยายความเหลื่อมล้ำ ดันค่าครองชีพเพิ่มแต่รายได้ต่ำ
- “เอลนีโญ” ส่อแล้งหนัก ยาวถึงกลางปี 70 เสี่ยงกระทบข้าวลดลง 1 ใน 4
- “ฝรั่งเศส” ร้อนโหด ยอดเสียชีวิตเพิ่ม 30% ภายใน 1 สัปดาห์
