อุตุฯโลกจับตา “เอลนีโญ” ปีนี้ สัญญาณเริ่มชัดว่าแรงแน่นอน คาดดันอุณหภูมิโลกสูงทุบสถิติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อุตุฯโลกจับตา “เอลนีโญ” ปีนี้  สัญญาณเริ่มชัดว่าแรงแน่นอน  คาดดันอุณหภูมิโลกสูงทุบสถิติ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการก่อตัวอย่างรวดเร็วของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่มีความรุนแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมเตือนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นระยะ โดยทั่วไปจะกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน และมักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก

สรุปข่าว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนโลกเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หลังแบบจำลองพยากรณ์มีความเห็นสอดคล้องกันว่าเอลนีโญได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน และความแปรปรวนของฤดูกาลในหลายภูมิภาคทั่วโลก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการก่อตัวอย่างรวดเร็วของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่มีความรุนแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมเตือนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นระยะ โดยทั่วไปจะกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน และมักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก

นายอัลวาโร ซิลวา นักวิทยาศาสตร์ของ WMO กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดสภาวะเอลนีโญขึ้นแล้วในบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก และแบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักมีความเห็นสอดคล้องกันอย่างมากว่า เอลนีโญครั้งนี้จะมีความรุนแรง

เขากล่าวว่า ระดับความรุนแรงของเอลนีโญมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยิ่งปรากฏการณ์รุนแรงมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศและภูมิอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาคมากขึ้นเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 WMO เคยคาดการณ์ว่าอาจเกิดเอลนีโญระดับปานกลางหรือรุนแรง แต่ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เอลนีโญรุนแรงกำลังก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และอาจปรับเพิ่มระดับการคาดการณ์อีก หากข้อมูลในช่วงปลายฤดูร้อนบ่งชี้ว่าอาจพัฒนาเป็นเอลนีโญที่รุนแรงมาก

การพยากรณ์ตามฤดูกาลยังชี้ให้เห็นถึงรูปแบบสภาพอากาศที่สอดคล้องกับเอลนีโญอย่างชัดเจน โดยหลายพื้นที่ของโลกอาจมีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ เช่น อเมริกากลาง แคริบเบียน และบางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ขณะที่บางพื้นที่ในเอเชียใต้ อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งในช่วงฤดูมรสุม

นายซิลวากล่าวเพิ่มเติมว่า เอลนีโญจะยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ผ่านมาในปีที่เกิดเอลนีโญ มักพบว่าอุณหภูมิโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ยุโรปเพิ่งเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในช่วงวันที่ 20-28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยได้อย่างตึงตัว โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคลื่นความร้อนครั้งดังกล่าวแทบจะแน่นอนว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

WMO คาดว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี พ.ศ. 2570

ที่มาข้อมูล : WMO

ที่มารูปภาพ : Envato