“ฝรั่งเศส” ร้อนโหด ยอดเสียชีวิตเพิ่ม 30% ภายใน 1 สัปดาห์

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ฝรั่งเศส” ร้อนโหด ยอดเสียชีวิตเพิ่ม 30% ภายใน 1 สัปดาห์

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายน หลังหน่วยงานสาธารณสุขฝรั่งเศสเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน เพิ่มขึ้นถึง 29.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า หรือคิดเป็นผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2,025 ราย

 

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือภูมิภาคอีล-เดอ-ฟรองซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงปารีส โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงถึง 62.8% ขณะที่ภูมิภาคเปย์เดอลาลัวร์ทางตะวันตกของประเทศก็พบการเพิ่มขึ้นของผู้เสียชีวิตในระดับใกล้เคียงกัน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่พร้อมกัน

 

สรุปข่าว

“ฝรั่งเศส” กำลังเผชิญกับผลกระทบจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของภูมิภาคยุโรปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รายงานจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ โรงพยาบาลทั่วประเทศเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายน หลังหน่วยงานสาธารณสุขฝรั่งเศสเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน เพิ่มขึ้นถึง 29.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า หรือคิดเป็นผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2,025 ราย

 

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือภูมิภาคอีล-เดอ-ฟรองซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงปารีส โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงถึง 62.8% ขณะที่ภูมิภาคเปย์เดอลาลัวร์ทางตะวันตกของประเทศก็พบการเพิ่มขึ้นของผู้เสียชีวิตในระดับใกล้เคียงกัน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่พร้อมกัน

 

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของฝรั่งเศสมีอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หน่วยบริการฉุกเฉินและโรงพยาบาลทั่วประเทศต้องรับภาระหนักจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อนจัด

 

แม้เจ้าหน้าที่จะประเมินว่าคลื่นความร้อนครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2003 แต่คาดว่าผลกระทบด้านสุขภาพโดยรวมอาจไม่รุนแรงเทียบเท่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนชาวฝรั่งเศสไปประมาณ 15,000 คน และกลายเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่ร้ายแรงที่สุดของยุโรปในยุคปัจจุบัน


ขณะเดียวกัน การรับมือของรัฐบาลต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วครั้งนี้ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง ถึงความไม่พร้อมในการรับมือกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศเตือนว่า คลื่นความร้อนกำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดของยุโรป เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดถี่ขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงขึ้นกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ด้านนักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า หลายพื้นที่ของยุโรปกำลังจะเผชิญอากาศร้อนจัดระลอกใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รายงานดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่หลายประเทศในยุโรป กำลังเตรียมรับมือกับคลื่นความร้อนระลอกใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

 

สำนักพยากรณ์อากาศ ระบุว่า ระบบความกดอากาศสูงกำลังก่อตัวจากบริเวณหมู่เกาะอะซอเรสไปยังโปรตุเกสและสเปน และคาดว่าจะทำให้อุณหภูมิทั่วฝรั่งเศส รวมถึงพื้นที่ตอนใต้ของสหราชอาณาจักร เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์

 

ในคาบสมุทรไอบีเรีย หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของสเปน (Aemet) เตือนว่าอาจเกิดคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ขณะที่รัฐบาลโปรตุเกสประกาศภาวะเฝ้าระวังจนถึงคืนวันอังคาร โดยบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส

 

ส่วนสเปนได้ประกาศเตือนภัยระดับสีส้มในหลายพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส ท่ามกลางความกังวลว่าคลื่นความร้อนระลอกใหม่อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

 

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters