ร้อนกว่านี้ยังมีอีก! ยุโรปอาจเผชิญ “คลื่นความร้อน” หนักขึ้น 30 เท่า!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ร้อนกว่านี้ยังมีอีก!  ยุโรปอาจเผชิญ “คลื่นความร้อน” หนักขึ้น 30 เท่า!

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับอนาคตคลื่นความร้อนยุโรปอาจโหดร้ายกว่าเดิม WWA เตือนโลกกำลังเข้าสู่ยุคอากาศร้อนสุดขั้ว

 

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ World Weather Attribution (WWA) เปิดเผยผลการศึกษาว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรป ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นซ้ำบ่อยครั้งในอนาคต หากทั่วโลกยังไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างจริงจัง

 

สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ เผยงานวิจัยของ World Weather Attribution (WWA) ชี้ว่า คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรปเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์เป็นสาเหตุ และจะเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต คลื่นความร้อนที่เคยเกิดเพียง 1 ครั้งในรอบ 300 ปี อาจเกิดบ่อยขึ้นถึง 30 เท่า พร้อมฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้นและอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ยุโรปจำเป็นต้องเร่งปรับตัว ทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาระบบทำความเย็น และออกมาตรการคุ้มครองประชาชนจากสภาพอากาศสุดขั้ว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับอนาคตคลื่นความร้อนยุโรปอาจโหดร้ายกว่าเดิม WWA เตือนโลกกำลังเข้าสู่ยุคอากาศร้อนสุดขั้ว

 

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ World Weather Attribution (WWA) เปิดเผยผลการศึกษาว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรป ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นซ้ำบ่อยครั้งในอนาคต หากทั่วโลกยังไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างจริงจัง

 

งานวิจัยระบุว่า คลื่นความร้อนที่ในอดีตอาจเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งในรอบ 300 ปี จะมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยขึ้นถึง 30 เท่า จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแทบทุกปี หรืออย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก ๆ ทศวรรษ ส่งผลให้ยุโรปต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ฤดูร้อนของยุโรปยังมีแนวโน้มเริ่มต้นเร็วขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่โลกยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก

 

WWA ยังเตือนว่า คลื่นความร้อนจะยิ่งขยายความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในอาคารเก่าและไม่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและปัญหาสุขภาพมากกว่ากลุ่มอื่น จึงมีข้อเสนอให้การเข้าถึงระบบทำความเย็นเป็นบริการพื้นฐานที่รัฐควรสนับสนุน


ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปเริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง การออกแบบเมืองให้ลดการสะสมความร้อน และการออกมาตรการคุ้มครองแรงงาน เช่น การห้ามทำงานกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด ซึ่งบางแคว้นของอิตาลีได้เริ่มใช้มาตรการพักงาน (Furlough) ในช่วงคลื่นความร้อนแล้ว

 

นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงดำเนินต่อไปในระดับปัจจุบัน คลื่นความร้อนที่รุนแรงในวันนี้อาจกลายเป็น "สภาพอากาศปกติ" ของยุโรปในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า และผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทวีปยุโรป แต่จะสะท้อนไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกัน

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Copernicus Sentinel data (2026), processed by ESA