เมื่อญี่ปุ่นทำให้ "คนเสียภาษี" เห็นผลลัพธ์ เมืองจึงพัฒนาไม่หยุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
เมื่อญี่ปุ่นทำให้ "คนเสียภาษี"  เห็นผลลัพธ์  เมืองจึงพัฒนาไม่หยุด

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ “ญี่ปุ่น” คิดต่าง...เมื่อ "ความยั่งยืน" ถูกออกแบบไว้ในวิถีชีวิต

 

หลายประเทศกำลังเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบภาษี สวัสดิการ การจัดการทรัพยากร และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

 

1. ภาษีเพื่อพัฒนาเมืองของตัวเอง


ผู้ที่มีรายได้ประจำในญี่ปุ่นต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับท้องถิ่นหรือจังหวัดที่ทำงาน โดยรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งมีผู้บริหารมาจากการเลือกตั้ง จะได้รับงบประมาณส่วนใหญ่เพื่อนำไปพัฒนาเมืองของตนเอง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้แต่ละจังหวัดแข่งขันกันยกระดับเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างเอกลักษณ์และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาท่องเที่ยว ลงทุน และใช้จ่ายในพื้นที่


ในด้านสวัสดิการ ผู้ที่เสียภาษีต่อเนื่องเป็นเวลานานจะได้รับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่น เงินคืนบางส่วน หรือเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตตามเงื่อนไขและจำนวนเงินที่จ่ายเข้าสู่ระบบ ขณะที่ผู้ที่ไม่เคยจ่ายภาษีจะไม่ได้รับสวัสดิการดังกล่าว และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยตนเองหรือทำประกันสุขภาพ


สรุปข่าว

“ดร.สนธิ” เผย “ญี่ปุ่น” ออกแบบระบบภาษี สวัสดิการ และการบริหารท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ยกระดับอาชีพสำคัญ และดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หลายแนวคิดสะท้อนว่า "ความยั่งยืน" ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่คือการวางระบบให้คน เมือง และทรัพยากรเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ “ญี่ปุ่น” คิดต่าง...เมื่อ "ความยั่งยืน" ถูกออกแบบไว้ในวิถีชีวิต

 

หลายประเทศกำลังเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบภาษี สวัสดิการ การจัดการทรัพยากร และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

 

1. ภาษีเพื่อพัฒนาเมืองของตัวเอง


ผู้ที่มีรายได้ประจำในญี่ปุ่นต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับท้องถิ่นหรือจังหวัดที่ทำงาน โดยรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งมีผู้บริหารมาจากการเลือกตั้ง จะได้รับงบประมาณส่วนใหญ่เพื่อนำไปพัฒนาเมืองของตนเอง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้แต่ละจังหวัดแข่งขันกันยกระดับเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างเอกลักษณ์และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาท่องเที่ยว ลงทุน และใช้จ่ายในพื้นที่


ในด้านสวัสดิการ ผู้ที่เสียภาษีต่อเนื่องเป็นเวลานานจะได้รับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่น เงินคืนบางส่วน หรือเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตตามเงื่อนไขและจำนวนเงินที่จ่ายเข้าสู่ระบบ ขณะที่ผู้ที่ไม่เคยจ่ายภาษีจะไม่ได้รับสวัสดิการดังกล่าว และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยตนเองหรือทำประกันสุขภาพ


2. สังคมสูงวัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต


ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ลำพังหรือไม่มีลูกหลานดูแลในช่วงกลางวัน มีบริการรับส่งไปยังศูนย์ดูแลหรือสถานที่ทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกาย ร้องเพลง งานฝีมือ หรือกิจกรรมอาสาสมัคร ก่อนส่งกลับบ้านในช่วงเย็น แนวคิดสำคัญคือการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีความสุขในทุกช่วงวัย ซึ่งถือเป็นอีกมิติของความยั่งยืนทางสังคม

 

3. ใช้ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่การฟื้นฟู


การตกปลาในแหล่งน้ำสาธารณะหลายแห่งของญี่ปุ่น ผู้ใช้พื้นที่ต้องมีใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด รายได้ส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศในแหล่งน้ำเดิม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพประมงก็ต้องได้รับการรับรองตามกฎหมาย เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางน้ำเป็นไปอย่างมีระบบ ลดการใช้ทรัพยากรเกินขีดความสามารถของธรรมชาติ และช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ในระยะยาว

  

4. ยกระดับอาชีพที่ขับเคลื่อนเมือง


งานก่อสร้าง งานจัดการขยะ งานกำจัดของเสีย งานดับเพลิง หรืออาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ได้รับการยกระดับให้เป็นงานที่ต้องผ่านการฝึกอบรม มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และได้รับค่าตอบแทนสูง เพราะเป็นอาชีพสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนและการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน แนวคิดนี้สะท้อนการให้คุณค่ากับแรงงานที่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ


5. จัดพื้นที่สูบบุหรี่ ลดผลกระทบต่อส่วนรวม


ในหลายพื้นที่สาธารณะของญี่ปุ่น มีการกำหนดจุดสูบบุหรี่เฉพาะ เพื่อควบคุมควันบุหรี่ไม่ให้รบกวนผู้อื่น ลดการทิ้งก้นบุหรี่เรี่ยราด และช่วยรักษาความสะอาดของเมือง เป็นตัวอย่างของการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่คำนึงถึงทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม

 

แม้แต่ละประเทศจะมีบริบทและระบบการบริหารที่แตกต่างกัน แต่หลายแนวคิดของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่า "ความยั่งยืน" ไม่ได้เกิดจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการออกแบบระบบที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม การใช้ทรัพยากร และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Reuters