“เวเนซุเอลา” วิกฤตหนัก อาคารพังเกือบ 60,000 หลัง หวั่นขาดอาหาร-เสี่ยงโรคระบาด

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เวเนซุเอลา” วิกฤตหนัก อาคารพังเกือบ 60,000 หลัง หวั่นขาดอาหาร-เสี่ยงโรคระบาด

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เปิดเผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์จากดาวเทียม Sentinel-1 หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายก่อนและหลังเกิดเหตุ พบว่าอาคารประมาณ 58,870 หลัง มีแนวโน้มได้รับความเสียหายหรือพังถล่ม โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดอยู่บริเวณชายฝั่งตอนกลางของประเทศ รวมถึงแนวเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา


อย่างไรก็ตาม นาซาระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลการประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลเรดาร์ดาวเทียม ซึ่งสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลกที่สอดคล้องกับความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการสำรวจภาคสนามหรือการตรวจสอบด้วยภาพถ่ายความละเอียดสูง จึงควรใช้เป็นเพียงตัวบ่งชี้สถานการณ์ ไม่ใช่จำนวนความเสียหายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ


ด้านรัฐบาลรักษาการของประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,750 คน มีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน และประชาชนราว 16,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่เว็บไซต์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 43,000 คน


สรุปข่าว

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลายังคงสร้างวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างหนัก ขณะที่นาซาเผยข้อมูลดาวเทียมพบอาคารเกือบ 60,000 หลังอาจได้รับความเสียหาย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอย่างน้อย 1,750 รายแล้ว และยังสูญหายอีกกว่า 43,000 คน ส่วนโรงพยาบาลและห้องเก็บศพไม่เพียงพอ ด้านสหประชาชาติเตือนผู้ประสบภัยกำลังเผชิญความเสี่ยงทั้งการขาดแคลนอาหารและการระบาดของโรค ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาที่เริ่มริบหรี่ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เปิดเผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์จากดาวเทียม Sentinel-1 หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายก่อนและหลังเกิดเหตุ พบว่าอาคารประมาณ 58,870 หลัง มีแนวโน้มได้รับความเสียหายหรือพังถล่ม โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดอยู่บริเวณชายฝั่งตอนกลางของประเทศ รวมถึงแนวเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา


อย่างไรก็ตาม นาซาระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลการประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลเรดาร์ดาวเทียม ซึ่งสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลกที่สอดคล้องกับความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการสำรวจภาคสนามหรือการตรวจสอบด้วยภาพถ่ายความละเอียดสูง จึงควรใช้เป็นเพียงตัวบ่งชี้สถานการณ์ ไม่ใช่จำนวนความเสียหายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ


ด้านรัฐบาลรักษาการของประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,750 คน มีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน และประชาชนราว 16,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่เว็บไซต์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 43,000 คน


เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ทางการเวเนซุเอลาได้จัดตั้งห้องเก็บศพชั่วคราวที่ท่าเรือลากวยรา เพื่อรองรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น หลังห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ


ส่วนรัฐลากวยรา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงการากัส เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ห่างกันเพียงไม่กี่วินาทีเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทางการต้องดัดแปลงพื้นที่ภายในท่าเรือเป็นห้องเก็บศพชั่วคราว ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตจำนวนมากรอเข้าไปยืนยันตัวตน และรถรับส่งศพจอดรออยู่ด้านนอก


ขณะเดียวกัน หน่วยงานของสหประชาชาติเตือนว่า ผู้รอดชีวิตกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนอาหารและการระบาดของโรค โครงการอาหารโลก (WFP) ได้ร้องขอเงินสนับสนุนฉุกเฉิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดหาอาหารให้ประชาชนสูงสุด 500,000 คนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า และหากได้รับงบประมาณเพียงพอ จะสามารถขยายความช่วยเหลือได้ถึง 1 ล้านคน


ปัจจุบัน WFP ได้แจกจ่ายเสบียงอาหารสำหรับการบริโภค 1 เดือน ซึ่งประกอบด้วยธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง และน้ำมันพืช ให้แก่ประชาชน 1,200 คนในรัฐลากวยรา พร้อมจัดตั้งศูนย์แจกจ่ายอาหารชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย


ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ระบบสาธารณสุขของเวเนซุเอลากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยมีสถานพยาบาลอย่างน้อย 3 แห่งได้รับความเสียหายรุนแรง และอีก 6 แห่งได้รับความเสียหายหรือเปิดให้บริการได้เพียงบางส่วน


WHO ยังเตือนว่า ผู้ประสบภัยหลายพันคนที่ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เหลืองและโรคไข้เลือดออก เนื่องจากอัตราการได้รับวัคซีนของประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ


ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงการากัส เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นรวม 89 ตันไปยังเวเนซุเอลาแล้ว พร้อมทั้งส่งเรือของกองทัพเรือและกำลังพลเข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (U.S. Southern Command) ระบุว่า กำลังเร่งลำเลียงเครื่องจักรหนักและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยยอมรับว่า ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมเริ่มลดลง หลังปฏิบัติการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทีมกู้ภัยจากเอกวาดอร์และสหรัฐฯ ได้ยุติการค้นหาในเมืองมาคูโต รัฐลากวยรา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 มิถุนายน หลังปฏิบัติงานนานกว่า 40 ชั่วโมง และไม่ได้รับสัญญาณตอบสนองจากแม่และลูกอีก 3 คนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารสูง 9 ชั้น


แม้จะมีทีมกู้ภัยจากหลายประเทศเข้าร่วมภารกิจ แต่ยังมีอาคารที่พังถล่มอีกจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมืออาชีพยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ญาติผู้ประสบภัยและชาวบ้านต้องร่วมกันขุดค้นซากปรักหักพังด้วยตนเอง เพื่อค้นหาทั้งผู้รอดชีวิตและร่างผู้เสียชีวิต

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters