เช็กด่วน! เตือน 11 จังหวัดรับมือน้ำท่วม อย่าชะล่าใจ! ฝนหนัก 5 วันติด

Share on Line Share on Facebook Share on X
เช็กด่วน!  เตือน 11 จังหวัดรับมือน้ำท่วม อย่าชะล่าใจ! ฝนหนัก 5 วันติด

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับ การเตือนภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักในช่วงวันที่ 1-5 ก.ค. 69 ภาคตะวันออก อีสาน และใต้ฝั่งตะวันตก พร้อมแนะเกษตรกรเร่งกักเก็บน้ำ รับมือความเสี่ยงปลายปี

 

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยการติดตามสภาพอากาศในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศ ร่วมกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง

 

สรุปข่าว

“ดร.เสรี” เตือนช่วง 1-5 ก.ค. เฝ้าระวังฝนตกหนักในภาคตะวันออก ภาคอีสานบางพื้นที่ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก แนะประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยงหากจำเป็น พร้อมแนะนำเกษตรกร โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียน เร่งกักเก็บน้ำสำรอง รับมือความเสี่ยงฝนน้อยจากภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงกลางปี 2570

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับ การเตือนภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักในช่วงวันที่ 1-5 ก.ค. 69 ภาคตะวันออก อีสาน และใต้ฝั่งตะวันตก พร้อมแนะเกษตรกรเร่งกักเก็บน้ำ รับมือความเสี่ยงปลายปี

 

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยการติดตามสภาพอากาศในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศ ร่วมกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง

 

พื้นที่ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ภาคตะวันออก ในจังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา รวมถึง ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งอาจเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มหรือเขตชุมชนเมือง จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยงหากจำเป็น


ขณะเดียวกัน ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติฯ ยังแนะนำให้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียนในภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันออก ใช้ช่วงที่มีฝนตกในขณะนี้เร่งขุดบ่อหรือขุดสระกักเก็บน้ำไว้เป็นน้ำต้นทุน เพื่อเตรียมใช้ในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงครึ่งปีแรก 2570


เนื่องจากมีการประเมินว่า หากเกิดภาวะ Super El Niño ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ในช่วงปลายปี อาจส่งผลให้ปริมาณฝนลดลง น้ำต้นทุนมีน้อยลง และสภาพอากาศร้อนจัดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้พืชเศรษฐกิจอย่างทุเรียนต้องการน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำต้นทุนที่มีความสำคัญต่อการเพาะปลูกและการรักษาผลผลิตในระยะยาว