
นักวิทยาศาสตร์ด้านธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์เตือนว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมทั่วยุโรปในขณะนี้ กำลังเร่งให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ละลายในอัตราที่น่าตกใจ โดยคาดว่าหิมะและน้ำแข็งที่สะสมตลอดฤดูหนาวที่ผ่านมา จะละลายหมดภายในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นการมาถึงของ "วันสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง" (Glacier Loss Day) เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล
วันสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง หมายถึงวันที่หิมะและน้ำแข็งที่สะสมเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวละลายหมดสิ้น หลังจากนั้น การละลายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงเดือนตุลาคม จะเป็นการสูญเสียมวลน้ำแข็งของธารน้ำแข็งโดยตรง ส่งผลให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์มีขนาดเล็กลง
สรุปข่าว
นักวิทยาศาสตร์ด้านธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์เตือนว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมทั่วยุโรปในขณะนี้ กำลังเร่งให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ละลายในอัตราที่น่าตกใจ โดยคาดว่าหิมะและน้ำแข็งที่สะสมตลอดฤดูหนาวที่ผ่านมา จะละลายหมดภายในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นการมาถึงของ "วันสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง" (Glacier Loss Day) เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล
วันสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง หมายถึงวันที่หิมะและน้ำแข็งที่สะสมเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวละลายหมดสิ้น หลังจากนั้น การละลายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงเดือนตุลาคม จะเป็นการสูญเสียมวลน้ำแข็งของธารน้ำแข็งโดยตรง ส่งผลให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์มีขนาดเล็กลง
ข้อมูลของเครือข่ายติดตามธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์ (GLAMOS) ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีเพียงปี 2565 เท่านั้นที่วันสูญเสียน้ำแข็งมาถึงเร็วกว่านี้ โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งปีดังกล่าวถือเป็นปีที่ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ละลายรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
นายแมทเธียส ฮุสส์ หัวหน้าเครือข่าย GLAMOS กล่าวว่า ขณะนี้ธารน้ำแข็งทั่วเทือกเขาแอลป์กำลังเผชิญอัตราการละลายของหิมะและน้ำแข็งในระดับมหาศาล โดยสถานีตรวจอากาศหลายแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่จากอิทธิพลของคลื่นความร้อน พร้อมระบุว่า ปีนี้การละลายเกิดขึ้นเร็วกว่าระดับปกติของระบบนิเวศธารน้ำแข็งถึงประมาณ 3 เดือน
เขาเปิดเผยว่า เพิ่งเดินทางกลับจากการสำรวจธารน้ำแข็งโรน (Rhone Glacier) และพบว่า ภายในเวลาเพียง 10 วัน น้ำแข็งละลายลงในแนวดิ่งถึง 1 เมตร ซึ่งสะท้อนผลกระทบโดยตรงจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมเตือนว่า ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ 35 หรือ 40 องศาเซลเซียส หากความร้อนสูงต่อเนื่องหลายวัน ล้วนส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อธารน้ำแข็ง
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปริมาณหิมะในฤดูหนาวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงปี 2553-2563 อากาศอบอุ่นผิดปกติในเดือนพฤษภาคมที่ทำให้หิมะละลายเร็วกว่าปกติ รวมถึงฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราที่พัดปกคลุมพื้นที่ในเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้พื้นผิวน้ำแข็งดูดซับความร้อนได้มากขึ้น
ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์เริ่มหดตัวมาตั้งแต่ราว 170 ปีก่อน แต่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อัตราการละลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยข้อมูลระบุว่า ปริมาตรของธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ลดลงแล้วร้อยละ 38 ระหว่างปี 2543-2567
และในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์สูญเสียธารน้ำแข็งไปแล้วกว่า 1,200 แห่ง เหลือธารน้ำแข็งเพียงประมาณ 1,300 แห่ง ส่วนใหญ่ธารน้ำแข็งที่สูญหายเป็นธารน้ำแข็งขนาดเล็กในพื้นที่รอบนอกของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและแหล่งต้นน้ำในภูมิภาค
นายฮุสส์เตือนว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภายในปี 2643 ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์อาจเหลือเพียงเศษน้ำแข็งขนาดเล็กเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายสำคัญของยุโรป เช่น แม่น้ำไรน์และแม่น้ำโรน ที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์
- ยุโรปเดือดทะลุปรอท! เสียชีวิตแล้วกว่า 1,300 ราย
- “อิตาลี” คลื่นความร้อนถล่ม ดันน้ำทะเลไหลย้อนเข้า “แม่น้ำโป” เสี่ยงกระทบระบบนิเวศ-เกษตรกรรม
- ฝรั่งเศส-สเปนเสียชีวิตจาก "คลื่นความร้อน" 380 ราย ชาวยุโรป 150 ล้านคนเผชิญอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส
- คลื่นความร้อนทำค่าไฟพุ่ง คนยุโรปแบกค่าครองชีพเพิ่ม แต่รายได้อาจลดลงมากกว่าครึ่ง
- คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนไทยเพิ่มขึ้น เปิดสถิติ Heat Stroke และกลุ่มเสี่ยง
