ยุโรปเดือดทั้งทวีป! “สเปน” ร้อนตายทะลุ 200 ราย ส่วน “ฝรั่งเศส” ร้อนจนผู้ป่วยล้นรพ.

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยุโรปเดือดทั้งทวีป! “สเปน” ร้อนตายทะลุ 200 ราย ส่วน “ฝรั่งเศส” ร้อนจนผู้ป่วยล้นรพ.

หลายประเทศทั่วยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี และอีกหลายประเทศ ต่างทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายน ท่ามกลางวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคลมแดดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลื่นความร้อนครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคย


เริ่มต้นที่ “สหราชอาณาจักร” ล่าสุดทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายนเป็นประวัติการณ์ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาวัดอุณหภูมิได้ 36.4 องศาเซลเซียส ที่เมืองเยโอวิลตัน มณฑลซอมเมอร์เซ็ต ทำลายสถิติที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันก่อนหน้า ขณะที่นครคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ทำสถิติคืนที่ร้อนที่สุดของเดือนมิถุนายน โดยอุณหภูมิช่วงกลางคืนไม่ต่ำกว่า 23.5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักรขยายเวลาประกาศเตือนภัยสุขภาพระดับสูงสุด พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง


ด้านสวิตเซอร์แลนด์ก็ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายนเช่นกัน โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่ทะลุ 37 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล และสถานีตรวจอากาศเมืองบาเซิลวัดอุณหภูมิได้ถึง 38 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยาวมาตั้งแต่ปี 2490


ฝรั่งเศสยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยกว่า 3 ใน 4 ของประเทศยังอยู่ภายใต้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุด พร้อมทำสถิติมีกลางคืนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2490 หลายเมืองมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง โดยเมืองแรนส์ทำสถิติใหม่ที่ 41 องศาเซลเซียส หลังจากวันก่อนหน้าวัดได้ 40.6 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2565


สรุปข่าว

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ที่แผ่ปกคลุมหลายประเทศ โดยเฉพาะ ฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และอิตาลี ซึ่งหลายพื้นที่ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายน ท่ามกลางผลกระทบที่ทวีความรุนแรง ทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น สเปน ที่มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนแล้วกว่า 213 ราย และ ฝรั่งเศส ที่ระบบสาธารณสุขเริ่มตึงตัวจากผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล นักวิทยาศาสตร์เตือนว่านี่ไม่ใช่เพียงสภาพอากาศร้อนตามฤดูกาล แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทำให้ยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก เผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นในทุกปี

หลายประเทศทั่วยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี และอีกหลายประเทศ ต่างทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายน ท่ามกลางวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคลมแดดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลื่นความร้อนครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคย


เริ่มต้นที่ “สหราชอาณาจักร” ล่าสุดทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายนเป็นประวัติการณ์ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาวัดอุณหภูมิได้ 36.4 องศาเซลเซียส ที่เมืองเยโอวิลตัน มณฑลซอมเมอร์เซ็ต ทำลายสถิติที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันก่อนหน้า ขณะที่นครคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ทำสถิติคืนที่ร้อนที่สุดของเดือนมิถุนายน โดยอุณหภูมิช่วงกลางคืนไม่ต่ำกว่า 23.5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักรขยายเวลาประกาศเตือนภัยสุขภาพระดับสูงสุด พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง


ด้านสวิตเซอร์แลนด์ก็ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายนเช่นกัน โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่ทะลุ 37 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล และสถานีตรวจอากาศเมืองบาเซิลวัดอุณหภูมิได้ถึง 38 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยาวมาตั้งแต่ปี 2490


ฝรั่งเศสยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยกว่า 3 ใน 4 ของประเทศยังอยู่ภายใต้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุด พร้อมทำสถิติมีกลางคืนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2490 หลายเมืองมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง โดยเมืองแรนส์ทำสถิติใหม่ที่ 41 องศาเซลเซียส หลังจากวันก่อนหน้าวัดได้ 40.6 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2565


สถานการณ์ด้านสาธารณสุขในฝรั่งเศสเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอคอร์นู ประกาศยกระดับการเตือนภัยด้านสุขภาพสู่ระดับสูงสุด พร้อมเสริมกำลังบุคลากรทางการแพทย์และมาตรการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง หลังพบผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและคนวัยหนุ่มสาว


ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสระบุว่า กรุงปารีสพบผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้น 25 รายภายใน 24 ชั่วโมง มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่มีไม่ถึง 10 รายต่อวัน ขณะที่จำนวนผู้เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินจากอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ส่งผลให้หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) หลายแห่งเต็มขีดความสามารถ รัฐบาลจึงยกระดับแผนฉุกเฉินด้านสุขภาพ "ออร์ซาน" (Orsan) สู่ระดับ 3 เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ


ด้านอัยการฝรั่งเศสยังเชื่อมโยงการเสียชีวิตของเด็กชายวัย 3 ขวบรายหนึ่งกับสภาพอากาศร้อนจัด หลังเด็กติดอยู่ภายในรถยนต์ของครอบครัว ขณะที่ก่อนหน้านี้มีเด็กเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนแล้วอีก 2 ราย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า มีประชาชนอย่างน้อย 40 คนเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล เนื่องจากพยายามคลายร้อนจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ


ผลกระทบยังลุกลามสู่ภาคพลังงานและกิจกรรมสาธารณะ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งของฝรั่งเศสต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราว เนื่องจากแหล่งน้ำที่ใช้หล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงเกินมาตรฐาน ขณะที่เทศกาลดนตรีกาโรร็อก (Garorock) ในแคว้นลอต-เอ-การอนน์ ต้องยกเลิกการจัดงานวันแรก หลังคาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศยังต้องเฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงและลมกระโชกแรงกว่า 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในสเปน แม้สภาพอากาศเริ่มคลี่คลายลงจากมวลอากาศเย็นที่เคลื่อนตัวมาจากมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ผลกระทบจากคลื่นความร้อนยังคงรุนแรง โดยระบบเฝ้าระวังรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนแล้วอย่างน้อย 213 ราย ระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันพุธที่ผ่านมา และเฉพาะวันพุธวันเดียวพบผู้เสียชีวิตสูงถึง 95 ราย ขณะที่ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สเปนเพิ่งทำสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยรายวันสูงที่สุดของเดือนมิถุนายน นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2493 และพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศซึ่งปกติมีอากาศเย็น กลับมีอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส


ด้านอิตาลี ศาลในเมืองปาแลร์โม เกาะซิซิลี ประกาศเลื่อนการพิจารณาคดีที่ไม่เร่งด่วนทั้งหมดจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน เนื่องจากระบบปรับอากาศขัดข้อง ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนอย่างน้อย 5 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานกลางแจ้ง


ส่วนที่เยอรมนีเตรียมเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ โดยคาดว่าพื้นที่ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ก่อนที่อากาศร้อนจะขยายวงกว้างทั่วประเทศ ส่งผลให้หลายกิจกรรมกลางแจ้งต้องยกเลิก การรถไฟเยอรมนีเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางจากความเสี่ยงไฟป่า พายุฝนฟ้าคะนอง และระบบคมนาคมที่อาจหยุดชะงัก ขณะที่สาธารณรัฐเช็กได้ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงในหลายพื้นที่แล้ว


องค์การด้านสภาพภูมิอากาศและนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอุณหภูมิที่เกิดขึ้นในยุโรปสูงกว่าที่ควรจะเป็นราว 2-4 องศาเซลเซียสจากผลของก๊าซเรือนกระจก ซึ่งยุโรปยังเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2 เท่า ส่งผลให้คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่าเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่ามากกว่า 6 ล้านไร่ทั่วทวีปยุโรปถูกไฟป่าเผาทำลาย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด


ด้านนายไซมอน สเตลล์ เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Change) กล่าวว่า คลื่นความร้อนที่กำลังเกิดขึ้นเป็นภาพสะท้อนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนอย่างชัดเจน ทั้งการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น โรงเรียนต้องปิด ระบบสาธารณสุขเผชิญภาระหนัก และเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน อนุรักษ์ป่าไม้ และยกระดับมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน เพราะหากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังไม่ลดลง คลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า น้ำท่วม และพายุรุนแรง จะเกิดถี่และทวีความรุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters