
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา พบว่า มีอย่างน้อย 2 นัดในรอบแรกที่แข่งขันภายใต้สภาพอากาศร้อนจัดในระดับที่สหภาพนักฟุตบอลอาชีพระหว่างประเทศ (FIFPRO) เคยระบุว่าควรมีการเลื่อนหรือระงับการแข่งขันเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา
การแข่งขันที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดคือแมตช์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอุรุกวัย ที่เมืองไมอามี สหรัฐฯ รองลงมาคือเกมระหว่างสวีเดนกับตูนิเซีย ที่เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก โดยทั้งสองนัดแข่งขันในช่วงเย็น แต่ยังคงเผชิญค่าดัชนีอุณหภูมิตั้งแต่ 28 องศาเซลเซียสขึ้นไป
สรุปข่าว
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา พบว่า มีอย่างน้อย 2 นัดในรอบแรกที่แข่งขันภายใต้สภาพอากาศร้อนจัดในระดับที่สหภาพนักฟุตบอลอาชีพระหว่างประเทศ (FIFPRO) เคยระบุว่าควรมีการเลื่อนหรือระงับการแข่งขันเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา
การแข่งขันที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดคือแมตช์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอุรุกวัย ที่เมืองไมอามี สหรัฐฯ รองลงมาคือเกมระหว่างสวีเดนกับตูนิเซีย ที่เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก โดยทั้งสองนัดแข่งขันในช่วงเย็น แต่ยังคงเผชิญค่าดัชนีอุณหภูมิตั้งแต่ 28 องศาเซลเซียสขึ้นไป
ดัชนีดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดความเครียดจากความร้อนที่คำนวณจากอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพอากาศโดยรวม เพื่อประเมินว่าร่างกายมนุษย์สามารถระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อได้ดีเพียงใด หากค่าอยู่ในระดับสูงเกินไป เหงื่อจะระเหยได้ยาก ส่งผลให้ร่างกายสะสมความร้อนจนเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดหรือภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน
นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 นัดที่จัดแข่งขันในพื้นที่ซึ่งมีค่าดัชนีความร้อนสูงเกินเกณฑ์ดังกล่าวเช่นกัน แต่ได้รับการบรรเทาผลกระทบจากระบบปรับอากาศภายในสนามแข่งขัน อาทิ เมืองฮิวสตันและดัลลัสของสหรัฐอเมริกา
แม้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จะปรับเวลาแข่งขันบางนัดให้เริ่มช้าลง พร้อมกำหนดช่วงพักดื่มน้ำระหว่างเกม และเพิ่มมาตรการรับมืออากาศร้อนสำหรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้ชม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและสภาพภูมิอากาศยังเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดพื้นที่ร่ม การเพิ่มจุดบริการน้ำดื่ม และระบบลดความร้อนภายในสนาม
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความร้อนจัดถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด และกำลังรุนแรงขึ้นจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ฟุตบอลโลก 2026 อาจกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1930
ด้านฟีฟ่ายืนยันว่าได้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านทีมอุตุนิยมวิทยาประจำสนาม และพร้อมใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหากเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักกีฬา แฟนบอล และบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
- เมื่อรังนกกลายเป็นเตาอบ! ลูกนกกระโดดหนีตาย จากคลื่นความร้อนยุโรป
- คลื่นความร้อนถล่ม “อังกฤษ” อุณหภูมิจ่อทะลุ 40 องศาฯ เสี่ยงเผชิญมิ.ย.ร้อนสุดในประวัติศาสตร์
- “ฝรั่งเศส” ร้อนจัด เตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีแดง
- “ฝรั่งเศส” ร้อนจัด อุณหภูมิจ่อทะลุ 40 องศาฯ ซ้ำเติมกลุ่มเปราะบางไร้ทางรอด
- “ยุโรป” ร้อนเร็วกว่าที่เคย ผลผลิตลดลง เกษตรกรเริ่มรับไม่ไหว
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : REUTERS/Paul Childs
