“ยุโรป” ลุกเป็นไฟ ไฟป่าเผาฝรั่งเศส-สเปนนับแสนไร่ สั่งอพยพกว่า 375,000 คน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ยุโรป” ลุกเป็นไฟ ไฟป่าเผาฝรั่งเศส-สเปนนับแสนไร่ สั่งอพยพกว่า 375,000 คน

ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ โดยฝรั่งเศสและสเปนเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายเพื่อควบคุมไฟป่าที่ลุกลามอย่างรุนแรง ขณะที่ประชาชนรวมกว่า 375,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ด้านนายกรัฐมนตรีสเปน “เปโดร ซานเชซ” ระบุว่า คาบสมุทรไอบีเรียกำลังได้รับผลกระทบจาก วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างชัดเจน

อย่างทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมไฟป่าขนาดใหญ่ในแคว้น ฌีรงด์ (Gironde) ใกล้เมืองบอร์กโดซ์ แต่การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากกระแสลมแรงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

ไฟป่าครั้งนี้เผาผลาญพื้นที่แล้วกว่า 262,500 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงปารีสถึง 4 เท่า และถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไฟป่าที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่ารุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

สรุปข่าว

ไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์กำลังลุกลามทั่วคาบสมุทรไอบีเรียและทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส บีบให้ประชาชนกว่า 375,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่นักผจญเพลิงหลายพันนายเร่งต่อสู้กับเปลวเพลิงที่รุนแรงขึ้นจากคลื่นความร้อนและลมกระโชกแรง ด้านนายกรัฐมนตรีสเปนเตือนว่า นี่คือผลกระทบโดยตรงจาก วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับยุโรป

ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ โดยฝรั่งเศสและสเปนเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายเพื่อควบคุมไฟป่าที่ลุกลามอย่างรุนแรง ขณะที่ประชาชนรวมกว่า 375,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ด้านนายกรัฐมนตรีสเปน “เปโดร ซานเชซ” ระบุว่า คาบสมุทรไอบีเรียกำลังได้รับผลกระทบจาก วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างชัดเจน

อย่างทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมไฟป่าขนาดใหญ่ในแคว้น ฌีรงด์ (Gironde) ใกล้เมืองบอร์กโดซ์ แต่การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากกระแสลมแรงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

ไฟป่าครั้งนี้เผาผลาญพื้นที่แล้วกว่า 262,500 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงปารีสถึง 4 เท่า และถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไฟป่าที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่ารุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ประชาชนในฝรั่งเศสถูกสั่งอพยพแล้วเกือบ 260,000 คน โดยเฉพาะบริเวณรอบเมืองบอร์กโดซ์ ซึ่งอยู่ห่างแนวไฟเพียง 25-30 กิโลเมตร แม้ทางการยืนยันว่า ยังไม่มีแผนอพยพทั้งเมือง แต่ได้จัดศูนย์พักพิงฉุกเฉินรองรับผู้ประสบภัยไว้แล้ว

นางโซฟี โบรคาส ผู้ว่าการแคว้นนูแวล-อากีแตน กล่าวว่า ลักษณะของไฟป่าครั้งนี้เป็นสิ่งที่ "ไม่เคยพบมาก่อนในฝรั่งเศส" พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางการลุกลามของไฟได้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า ไฟป่าได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “ไพโรคิวมูโลนิมบัส” (Pyrocumulonimbus) หรือเมฆพายุที่เกิดจากความร้อนของไฟป่า ซึ่งสามารถสร้างกระแสลมของตัวเอง เกิดกระแสลมหมุน และทำให้ไฟลุกลามแบบคาดเดาไม่ได้

สหพันธ์นักดับเพลิงแห่งชาติฝรั่งเศสระบุว่า แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะพบได้ในประเทศที่เกิดไฟป่ารุนแรงอย่างออสเตรเลียและแคนาดา แต่ถือเป็นครั้งแรกที่พบในฝรั่งเศส สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของไฟป่าครั้งนี้ จนถึงขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับบาดเจ็บแล้ว 75 นาย และต้องส่งตัวเข้ารับการรักษา 10 นาย

รัฐบาลฝรั่งเศสระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2,500 นาย พร้อมทหาร 1,500 นาย ตำรวจ 1,200 นาย รวมถึงอาสาสมัครอีกหลายร้อยคน เพื่อควบคุมสถานการณ์

นอกจากนี้ ตำรวจยังจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ ชายที่สูบบุหรี่ในพื้นที่ป่า และอีก 2 คนที่ก่อบาร์บีคิวภายในเขตป่า ซึ่งอาจเสี่ยงก่อให้เกิดไฟป่าเพิ่มเติม

ด้านสเปน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าทางตะวันตกของกรุงมาดริดได้ดีขึ้น หลังจากสถานการณ์ในคืนที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางบวก ทางนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ กล่าวว่า แม้การควบคุมไฟจะมีความคืบหน้า แต่ประเทศยังคงเผชิญ "ช่วงเวลาที่ยากลำบาก" เขาระบุว่า สเปนและโปรตุเกสกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศในหลายรูปแบบ ทั้งไฟป่า พายุ และหิมะตกหนัก พร้อมกล่าวว่า "คาบสมุทรไอบีเรียทั้งหมดกำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน"

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ไฟป่าใกล้มาดริดเริ่มคลี่คลาย กลับเกิดไฟป่าครั้งใหม่ใกล้เมืองท่าบาเลนเซียริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ประชาชนอย่างน้อย 15,000 คน ต้องอพยพ ประธานแคว้นบาเลนเซียระบุว่า ไฟป่ามีแนวลุกลามยาวประมาณ 21 กิโลเมตร และ "เกินขีดความสามารถในการดับไฟ" ของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีชายเสียชีวิต 1 ราย หลังพบรถยนต์ตกอยู่ในหุบเขาใกล้เมืองมานิเซส ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทางการสเปนสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 116,000 คน รวมถึงประชาชนในอีก 8 เทศบาลใกล้เมืองโตเลโด

รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมสเปนเปิดเผยว่า ไฟป่าในจังหวัดอาบีลา ซึ่งเผาผลาญพื้นที่กว่า 312,500 ไร่ ถือเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศ

ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมสเปนระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 ประเทศเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่แล้ว 32 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่เสียหายประมาณ 954,238 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่เกิดไฟป่าใหญ่เพียง 7 ครั้ง พื้นที่เสียหาย ประมาณ 150,831 ไร่

คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการจัดการวิกฤตเตือนว่า ความเสียหายจากไฟป่าในปี 2569 มีแนวโน้มทำลายสถิติเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่องตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ รวมถึงเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้พืชพรรณแห้งแล้งและติดไฟได้ง่าย

เมื่อปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าทั่วยุโรปถูกไฟเผาทำลายกว่า 6.25 ล้านไร่ และปีนี้มีแนวโน้มว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากฤดูไฟป่าเริ่มต้นเร็วกว่าปกติ

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสระบุว่า ขณะนี้มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้แล้วอย่างน้อย 240 หลัง และอีกจำนวนมากได้รับความเสียหาย ขณะที่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ผู้ที่อพยพออกจากพื้นที่จะสามารถกลับบ้านได้เมื่อใด เนื่องจากสถานการณ์อาจยืดเยื้อไปอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters