
มหาสมุทรทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างเงียบ ๆ ด้วยการดูดซับความร้อนจากชั้นบรรยากาศ กักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาล และผลิตออกซิเจนที่มนุษย์ใช้หายใจ ผ่านการพึ่งพาสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วอย่าง “แพลงก์ตอนพืช” แม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ก็มีบทบาทในการสังเคราะห์แสงเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโลก ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ ก่อนนำคาร์บอนบางส่วนลงไปกักเก็บไว้ในมหาสมุทรชั้นลึกเป็นเวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี
โดยงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์เวย์ (NTNU) พบว่า ไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นมลพิษที่แพร่กระจายอยู่ทั่วมหาสมุทร อาจกำลังบั่นทอนความสามารถของมหาสมุทรในการกักเก็บคาร์บอน และส่งผลกระทบต่อระบบธรรมชาติที่ช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศของโลก
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า มหาสมุทรสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาประมาณ 25-30% ของทั้งหมดในแต่ละปี และแพลงก์ตอนพืชคือส่วนสำคัญที่ทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้ แต่หากถูกระบวนแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลของสภาพภูมิอากาศโลกในระยะยาวได้
สรุปข่าว
มหาสมุทรทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างเงียบ ๆ ด้วยการดูดซับความร้อนจากชั้นบรรยากาศ กักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาล และผลิตออกซิเจนที่มนุษย์ใช้หายใจ ผ่านการพึ่งพาสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วอย่าง “แพลงก์ตอนพืช” แม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ก็มีบทบาทในการสังเคราะห์แสงเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโลก ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ ก่อนนำคาร์บอนบางส่วนลงไปกักเก็บไว้ในมหาสมุทรชั้นลึกเป็นเวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี
โดยงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์เวย์ (NTNU) พบว่า ไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นมลพิษที่แพร่กระจายอยู่ทั่วมหาสมุทร อาจกำลังบั่นทอนความสามารถของมหาสมุทรในการกักเก็บคาร์บอน และส่งผลกระทบต่อระบบธรรมชาติที่ช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศของโลก
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า มหาสมุทรสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาประมาณ 25-30% ของทั้งหมดในแต่ละปี และแพลงก์ตอนพืชคือส่วนสำคัญที่ทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้ แต่หากถูกระบวนแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลของสภาพภูมิอากาศโลกในระยะยาวได้
จากผลการศึกษาพบว่า ไมโครพลาสติกสามารถส่งผลกระทบต่อแพลงก์ตอนพืชได้หลายรูปแบบ ทั้งจากสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในพลาสติก การสร้างความเสียหายต่อเซลล์โดยตรง รวมถึงการก่อให้เกิดภาวะเครียดภายในเซลล์ ซึ่งลดประสิทธิภาพการเจริญเติบโตและการสังเคราะห์แสงของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
นอกจากนี้ อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในน้ำยังสามารถลดปริมาณแสงแดดที่ส่องผ่านลงไปในชั้นน้ำได้ เนื่องจากแพลงก์ตอนพืชต้องอาศัยแสงในการสร้างพลังงาน การได้รับแสงน้อยลงจึงส่งผลให้การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงตามไปด้วย
นักวิทยาศาสตร์รวบรวมข้อมูลจากงานศึกษาหลายสิบชิ้นทั่วโลก และนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการกระจายตัวของแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทรแต่ละภูมิภาค ผลการประเมินพบว่า ในปี 2020 เพียงปีเดียว ไมโครพลาสติกอาจทำให้มหาสมุทรสูญเสียศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไปประมาณ 75,000 ตัน ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับปริมาณคาร์บอนมหาศาลที่มหาสมุทรดูดซับในแต่ละปี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือปริมาณไมโครพลาสติกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และพลาสติกเหล่านี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้นานหลายร้อยถึงกว่าพันปี ส่งผลให้ผลกระทบเล็กน้อยในแต่ละปีอาจสะสมกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต
วิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน แต่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ทั้งปัญหามลพิษพลาสติก การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะพลาสติกไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงต่อสัตว์ทะเลหรือความสวยงามของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากแต่ยังอาจลดประสิทธิภาพของหนึ่งในระบบธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในการช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศของโลก
- ยอดป่วย “มาลาเรีย” พุ่ง ระบาดหนักใน “ซิมบับเว” หลังอเมริกาตัดงบช่วยเหลือโลกร้อน
- โลกร้อนเปลี่ยนอนาคต ทำฤดูเล่นสกีใน “ออสเตรเลีย” สั้นลง แถมเจอ “เอลนีโญ” ซ้ำเติม
- ภัยเงียบจาก “โลกร้อน” นักวิทย์ฯพบ “เชื้อดื้อยา” เพิ่มขึ้น ตามอุณหภูมิโลกและอากาศที่แปรปรวน
- สหรัฐฯ พลิกขั้วภูมิอากาศ รัฐฝั่งเดโมแครตถอยนโยบายโลกร้อน แต่รัฐฝั่งรีพับลิกันเร่งพลังงานสะอาด
- วิกฤต “ผึ้ง” เกาหลีใต้ น้ำผึ้งหายไป 50%
ที่มาข้อมูล : Envato
ที่มารูปภาพ : The Brighter
