ภัยเงียบจาก “โลกร้อน” นักวิทย์ฯพบ “เชื้อดื้อยา” เพิ่มขึ้น ตามอุณหภูมิโลกและอากาศที่แปรปรวน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภัยเงียบจาก “โลกร้อน” นักวิทย์ฯพบ “เชื้อดื้อยา” เพิ่มขึ้น ตามอุณหภูมิโลกและอากาศที่แปรปรวน

นักวิจัยนานาชาติออกมาเตือนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เร่งการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะทั่วโลก หลังผลการศึกษาพบว่า ภาวะโลกร้อนมีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของยีนดื้อยาปฏิชีวนะในเชื้อซาลโมเนลลาถึง 10% ในช่วงปี พ.ศ. 2483-2566


งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Lancet Planetary Health ดำเนินการโดยนักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และจีน ถือเป็นการศึกษาระดับโลกครั้งแรกที่วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นหนึ่งในเชื้อก่อโรคทางอาหารที่พบบ่อยที่สุดในโลก


นักวิจัยระบุว่า แม้สาเหตุหลักของปัญหาเชื้อดื้อยายังคงมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมและเกินความจำเป็น แต่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น


สรุปข่าว

จากวิกฤตโลกร้อนที่กำลังเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลก ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งผลกระทบเงียบที่น่ากังวล เมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน อาจกำลังเร่งให้เชื้อแบคทีเรีย “ดื้อยาปฏิชีวนะ” มากขึ้น จนกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อระบบสาธารณสุขโลกในอนาคต

นักวิจัยนานาชาติออกมาเตือนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เร่งการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะทั่วโลก หลังผลการศึกษาพบว่า ภาวะโลกร้อนมีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของยีนดื้อยาปฏิชีวนะในเชื้อซาลโมเนลลาถึง 10% ในช่วงปี พ.ศ. 2483-2566


งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Lancet Planetary Health ดำเนินการโดยนักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และจีน ถือเป็นการศึกษาระดับโลกครั้งแรกที่วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นหนึ่งในเชื้อก่อโรคทางอาหารที่พบบ่อยที่สุดในโลก


นักวิจัยระบุว่า แม้สาเหตุหลักของปัญหาเชื้อดื้อยายังคงมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมและเกินความจำเป็น แต่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น


ผลการศึกษาชี้ว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและรูปแบบฝนที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อการอยู่รอด การกลายพันธุ์ และการแพร่กระจายของแบคทีเรีย รวมถึงเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนยีนดื้อยาระหว่างเชื้อโรค


ทีมวิจัยได้วิเคราะห์จีโนมของตัวอย่างเชื้อซาลโมเนลลากว่า 480,000 ตัวอย่าง จาก 139 ประเทศทั่วโลก ที่เก็บรวบรวมระหว่างปี พ.ศ. 2483-2566 และเปรียบเทียบกับข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยและปริมาณฝนในช่วงเวลาเดียวกัน


ผลพบว่า 82% ของประเทศที่ศึกษา มีแนวโน้มยีนดื้อยาในเชื้อซาลโมเนลลาเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รองลงมาคือเอเชียใต้ และแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา


นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับการดื้อยาไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง แต่ขึ้นอยู่กับทั้งอุณหภูมิและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงร่วมกัน ซึ่งสะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้แบคทีเรียปรับตัวและพัฒนาความต้านทานต่อยาปฏิชีวนะได้เร็วขึ้น


ปัจจุบันเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสาธารณสุขที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก และคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยและทุกประเทศ


นักวิจัยเรียกร้องให้ทั่วโลกเร่งบูรณาการนโยบายลดโลกร้อนเข้ากับมาตรการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะ รวมถึงการเฝ้าระวังโรคตามแนวคิด “One Health” ที่เชื่อมโยงสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาในอนาคต


พร้อมเตือนว่า หากโลกยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงต่อไป การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจยิ่งเร่งวิกฤตเชื้อดื้อยาให้รุนแรงขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขโลกในศตวรรษนี้

ที่มาข้อมูล : The Lancet Planetary Health

ที่มารูปภาพ : Envato