โลกเดือด เด็กรีบเกิด! วิจัยชี้คลื่นความร้อน เพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกเดือด เด็กรีบเกิด! วิจัยชี้คลื่นความร้อน เพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “คลื่นความร้อน” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อสิ่งแวดล้อมหรือผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเริ่มคุกคามสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์อย่างชัดเจนมากขึ้น ล่าสุดผลการศึกษาระดับนานาชาติพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของ “การคลอดก่อนกำหนด” ใน 13 ประเทศทั่วโลก สะท้อนอีกหนึ่งผลกระทบเงียบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

 

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Environment International ถือเป็นการศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอากาศร้อนและการคลอดก่อนกำหนด โดยนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการเกิดมากถึง 36.6 ล้านราย ใน 250 เมือง จาก 13 ประเทศ ระหว่างปี 1979–2019 

 

ประเทศที่อยู่ในการศึกษานี้ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี เอกวาดอร์ เอสโตเนีย อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น ปารากวัย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา 


สรุปข่าว

ผลวิจัยนานาชาติพบว่า อากาศร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มความเสี่ยง “คลอดก่อนกำหนด” ใน 13 ประเทศทั่วโลก โดยวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดกว่า 36 ล้านราย นักวิจัยระบุว่า วันที่อากาศร้อนจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดได้ถึง 3.8% เพราะความร้อนส่งผลต่อร่างกายหญิงตั้งครรภ์และการไหลเวียนเลือดสู่ทารก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากโลกร้อนรุนแรงขึ้น คลื่นความร้อนจะยิ่งกระทบสุขภาพแม่และเด็กมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่เข้าถึงระบบป้องกันความร้อนได้จำกัด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “คลื่นความร้อน” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อสิ่งแวดล้อมหรือผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเริ่มคุกคามสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์อย่างชัดเจนมากขึ้น ล่าสุดผลการศึกษาระดับนานาชาติพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของ “การคลอดก่อนกำหนด” ใน 13 ประเทศทั่วโลก สะท้อนอีกหนึ่งผลกระทบเงียบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

 

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Environment International ถือเป็นการศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอากาศร้อนและการคลอดก่อนกำหนด โดยนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการเกิดมากถึง 36.6 ล้านราย ใน 250 เมือง จาก 13 ประเทศ ระหว่างปี 1979–2019 

 

ประเทศที่อยู่ในการศึกษานี้ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี เอกวาดอร์ เอสโตเนีย อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น ปารากวัย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา 


ผลการศึกษาพบว่า ยิ่งอุณหภูมิสูงขึ้น ความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่มีอากาศร้อนระดับปานกลาง ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.8% และหากเป็นวันที่มีอากาศร้อนจัด ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถึง 3.8% 

 

นักวิจัยประเมินว่า ประมาณ 1.41% ของการคลอดก่อนกำหนดในช่วงฤดูร้อน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความร้อนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก

 

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อน เพราะร่างกายต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อระบายความร้อน อุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจกระตุ้นภาวะเครียดทางร่างกาย การขาดน้ำ และส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปยังทารกในครรภ์ ซึ่งล้วนเพิ่มโอกาสของการคลอดก่อนกำหนดได้ 


การคลอดก่อนกำหนดถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดทั่วโลก และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว ทั้งด้านระบบทางเดินหายใจ พัฒนาการ และภูมิคุ้มกันของเด็กในอนาคต

 

นักวิจัยเตือนว่า หากอุณหภูมิโลกยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อสุขภาพแม่และเด็กอาจรุนแรงขึ้นอีก โดยเฉพาะในประเทศรายได้น้อยหรือพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขและการป้องกันความร้อนได้จำกัด


ผลการศึกษาล่าสุดตอกย้ำว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อมนุษย์ตั้งแต่ก่อนลืมตาดูโลก โดยอากาศร้อนจากภาวะโลกร้อนเพิ่มความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดในหลายประเทศทั่วโลก นักวิจัยจึงเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเตรียมมาตรการปกป้องหญิงตั้งครรภ์จากคลื่นความร้อนที่กำลังเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : theconversation.com

ที่มารูปภาพ : Reuters