วิกฤตพลังงานเขย่าไทย สอวช.ชูแผนพลังงานใหม่ ลดใช้น้ำมัน-เร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิกฤตพลังงานเขย่าไทย  สอวช.ชูแผนพลังงานใหม่  ลดใช้น้ำมัน-เร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV

รองศาสตราจารย์ “วงกต วงศ์อภัย” รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อความผันผวนด้านพลังงานในระดับโลก สอวช. จึงได้จัดทำแผนรับมือวิกฤตพลังงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ในระยะเร่งด่วน ได้เสนอให้ลดการใช้พลังงานผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมทั่วประเทศ อาทิ การส่งเสริมการทำงานแบบ Work From Anywhere และการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรายวิชาทฤษฎี เพื่อลดการเดินทางและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

สรุปข่าว

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนด้านราคาน้ำมัน ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 สะท้อนความเปราะบางด้านพลังงานในระยะยาว สอวช. จึงเร่งวางแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่การลดการใช้พลังงานในภาคการศึกษาและหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หวังลดต้นทุนพลังงาน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ควบคู่การขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ “วงกต วงศ์อภัย” รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อความผันผวนด้านพลังงานในระดับโลก สอวช. จึงได้จัดทำแผนรับมือวิกฤตพลังงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ในระยะเร่งด่วน ได้เสนอให้ลดการใช้พลังงานผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมทั่วประเทศ อาทิ การส่งเสริมการทำงานแบบ Work From Anywhere และการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรายวิชาทฤษฎี เพื่อลดการเดินทางและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ขณะที่ยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว มุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคขนส่งสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำ เช่น แบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงการต่อยอดในระดับปลายน้ำผ่านโครงการ “EV Conversion” หรือการดัดแปลงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปให้เป็นรถไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะในกลุ่มรถสาธารณะ เช่น รถสองแถว และรถเก็บขยะ เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” ที่มุ่งไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ สอวช. ยังได้ร่วมลงนามความร่วมมือโครงการ EV-HRD กับพันธมิตร 6 หน่วยงาน เพื่อเร่งพัฒนาทักษะแรงงานด้านยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 650 คน ภายในปี 2569 รวมถึงการผลักดันนโยบาย “เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตอากาศยานระดับโลก เพื่อพัฒนาเชื้อเพลิงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและน้ำมันพืชใช้แล้ว เพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


รองผู้อำนวยการ สอวช. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการบินของไทย แต่ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากการเผาในที่โล่ง โดยเปลี่ยนของเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นรายได้แก่เกษตรกร

ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานในระดับโลก

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Envato