เยอรมนีขึ้นแท่นอันดับ 1 ส่งออกขยะพลาสติก เอเชียรับเคราะห์มลพิษมากที่สุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
เยอรมนีขึ้นแท่นอันดับ 1 ส่งออกขยะพลาสติก เอเชียรับเคราะห์มลพิษมากที่สุด

ในปี 2025 เยอรมนี กลายเป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนกว่า 800,000 ตัน ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรเป็นอันดับ 2 ส่งออกขยะพลาสติกกว่า 675,000 ตัน นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 8 ปี ขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลเหล่านี้มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศตุรกี มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงประเทศในแถบเอเชียอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่เผชิญปัญหาด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมรุนแรง เนื่องจากไม่มีความสามารถในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลได้เพียงพอ หลายพื้นที่ต้องมีการทิ้งขยะผิดกฎหมาย การเผาในที่โล่ง และการรีไซเคิลที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

 

ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของตุรกีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นตัวของอย่างของผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงงานรีไซเคิล ทำให้เกิดการสะสมตัวของไมโครพลาสติกในปริมาณมาก จนบางครั้งผู้คนก็ไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้กำลังย้อนกลับมาหามนุษย์ในรูปแบบของมลพิษที่แทบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 


สรุปข่าว

ท่ามกลางวิกฤตปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่ทำให้ทั่วโลกตื่นตัวและตระหนักถึงปัญหาจากขยะพลาสติก แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่า เยอรมนีกลายเป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก โดยปลายทางของขยะพลาสติกเหล่านั้นคือประเทศในแถบเอเชีย แม้ว่าจะเป็นผู้ก่อปัญหาน้อยกว่าประเทศอื่น แค่กลับเป็นแนวหน้าที่ต้องแบกรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแทนประเทศผู้บริโภค

ในปี 2025 เยอรมนี กลายเป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนกว่า 800,000 ตัน ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรเป็นอันดับ 2 ส่งออกขยะพลาสติกกว่า 675,000 ตัน นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 8 ปี ขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลเหล่านี้มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศตุรกี มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงประเทศในแถบเอเชียอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่เผชิญปัญหาด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมรุนแรง เนื่องจากไม่มีความสามารถในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลได้เพียงพอ หลายพื้นที่ต้องมีการทิ้งขยะผิดกฎหมาย การเผาในที่โล่ง และการรีไซเคิลที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

 

ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของตุรกีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นตัวของอย่างของผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงงานรีไซเคิล ทำให้เกิดการสะสมตัวของไมโครพลาสติกในปริมาณมาก จนบางครั้งผู้คนก็ไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้กำลังย้อนกลับมาหามนุษย์ในรูปแบบของมลพิษที่แทบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 


โดยตุรกีผลิตขยะพลาสติกเฉพาะในประเทศมากถึง 3.3 ล้านตัน ซึ่งเกิดขีดความสามารถในการรีไซเคิลถึง 2 เท่า เมื่อรวมกับการนำเข้าขยะพลาสติกปริมาณมหาศาลจากต่างประเทศ ยิ่งทำให้ตุรกีต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว 

 

ปัญหาขยะพลาสติกยังเชื่อมโยงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากพลาสติกส่วนใหญ่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล นับตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการกำจัด ไม่ว่าจะเป็นการเผา หรือการฝังกลบต่างก็ปล่อยก๊าซที่เร่งอุณหภูมิโลกให้เพิ่มสูงขึ้นทั้งสิ้น นอกจากนั้น การส่งออกขยะข้ามทวีป ยังเพิ่มคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยไม่จำเป็น และประเทศปลายทางส่วนใหญ่มักกำจัดขยะเหล่านั้นด้วยการเผา เนื่องจากเป็นวิธีการจัดการที่มีต้นทุนต่ำ แต่กลับสร้างมลพิษต่อโลกสูง ซ้ำเติมวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม


ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศนับรวมว่าการส่งออกขยะพลาสติกถือเป็นการรีไซเคิล แม้ว่าในความเป็นจริงขยะพลาสติกจำนวนมากไม่ได้ถูกนำไปรีไซเคิลตามกระบวนการที่ถูกต้องอย่างแท้จริง กลายเป็นเพียงการย้ายขยะพลาสติกจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งเท่านั้น และยังสร้างผลกระทบมากขึ้นกว่าเดิม

 

โดยก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปมีมติห้ามส่งออกขยะพลาสติกนอกกลุ่มประเทศ OECD ภายในสิ้นปี 2026 นี้ ทำให้ตุรกีซึ่งเป็นประเทศในกลุ่ม OECD อาจต้องเผชิญกับปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันตุรกีมีขยะพลาสติกเฉพาะในประเทศมากถึง 3.3 ล้านตัน ซึ่งเกิดขีดความสามารถในการรีไซเคิลถึง 2 เท่า เมื่อรวมกับการนำเข้าขยะพลาสติกปริมาณมหาศาลจากต่างประเทศ อาจทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : Envato