
งานวิจัยใหม่จากทีมนักวิทยาศาสตร์ในบราซิลและสหราชอาณาจักร พบว่าเมล็ดของ “Moringa” หรือ “มะรุม” ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “ต้นไม้มหัศจรรย์” สามารถกำจัดไมโครพลาสติกออกจากน้ำดื่มได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้สารเคมีที่ใช้กันทั่วไป
ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในเดือนเมษายน ระบุว่า สารสกัดจากเมล็ดมะรุมสามารถกำจัดไมโครพลาสติกในน้ำประปาได้ถึง 98.5% โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสารส้ม (อะลูมิเนียมซัลเฟต) ซึ่งเป็นสารจับตะกอนที่นิยมใช้ในระบบกรองน้ำ
นักวิจัยอธิบายว่า เมล็ดมะรุมทำหน้าที่เป็น “สารช่วยตกตะกอน” (coagulant) ช่วยให้อนุภาคขนาดเล็กในน้ำรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้น จนสามารถกรองออกได้ง่าย โดยเทคนิคนี้มีการใช้มาเป็นเวลาหลายพันปี ตั้งแต่ยุคอารยธรรมกรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ
สรุปข่าว
งานวิจัยใหม่จากทีมนักวิทยาศาสตร์ในบราซิลและสหราชอาณาจักร พบว่าเมล็ดของ “Moringa” หรือ “มะรุม” ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “ต้นไม้มหัศจรรย์” สามารถกำจัดไมโครพลาสติกออกจากน้ำดื่มได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้สารเคมีที่ใช้กันทั่วไป
ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในเดือนเมษายน ระบุว่า สารสกัดจากเมล็ดมะรุมสามารถกำจัดไมโครพลาสติกในน้ำประปาได้ถึง 98.5% โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสารส้ม (อะลูมิเนียมซัลเฟต) ซึ่งเป็นสารจับตะกอนที่นิยมใช้ในระบบกรองน้ำ
นักวิจัยอธิบายว่า เมล็ดมะรุมทำหน้าที่เป็น “สารช่วยตกตะกอน” (coagulant) ช่วยให้อนุภาคขนาดเล็กในน้ำรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้น จนสามารถกรองออกได้ง่าย โดยเทคนิคนี้มีการใช้มาเป็นเวลาหลายพันปี ตั้งแต่ยุคอารยธรรมกรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ
การทดลองในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ไมโครพลาสติกชนิดพีวีซี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทที่อันตรายและพบได้บ่อยในน้ำดื่ม โดยใช้อนุภาคขนาดเฉลี่ยประมาณ 18.8 ไมโครเมตร หรือราว 1 ใน 4 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ ผลลัพธ์พบว่าสามารถกำจัดได้เกือบทั้งหมด
ปัจจุบัน ไมโครพลาสติกกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยพบปนเปื้อนในแทบทุกที่ ตั้งแต่มหาสมุทรลึกไปจนถึงยอดเขาสูง และยังถูกตรวจพบในอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงในร่างกายมนุษย์ ทั้งสมอง ระบบสืบพันธุ์ และระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่งานวิจัยในสัตว์เริ่มเชื่อมโยงไมโครพลาสติกกับปัญหาฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์
ข้อดีสำคัญของเมล็ดมะรุมเมื่อเทียบกับสารเคมี คือ เป็นทรัพยากรหมุนเวียน ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่ก่อให้เกิดตะกอนของเสียจำนวนมาก และมีความเสี่ยงด้านพิษต่ำกว่า เนื่องจากสารอะลูมิเนียมในระดับสูงอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางระบบประสาท
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่ายังมีข้อจำกัดในการใช้งานจริง โดยเมล็ดมะรุม 1 เมล็ดสามารถบำบัดน้ำได้ประมาณ 10 ลิตร ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับระบบผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ในเมือง แต่มีศักยภาพสูงสำหรับชุมชนขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่เข้าถึงสารเคมีได้ยาก
ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการย่อยสลายของสารสกัดมะรุม การจัดการไมโครพลาสติกที่ถูกกรองออก รวมถึงความคุ้มค่าและความสามารถในการขยายผลในระดับอุตสาหกรรม
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แนวทางการใช้วัสดุธรรมชาติเช่นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับปัญหาไมโครพลาสติก ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์
- แม่ตั้งครรภ์เจอมลพิษเยอะ เสี่ยงทำทารก “พูดช้า” ทำพัฒนาการเด็กถดถอย
- เดินป่าด้วย “เท้าเปล่า” เชื่อมโยงธรรมชาติกับมนุษย์ เทรนด์ใหม่สุดฮิตของคนเยอรมัน
- อินโดฯดัน “เผาขยะผลิตไฟฟ้า” นักวิชาการเตือนแก้ผิดทาง ส่อกระทบสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม
- ยูเอ็นชี้ “เม็กซิโก” กำลังกลายเป็น “ถังขยะ” ให้สหรัฐฯ วิกฤตพิษคุกคามชีวิตประชาชน
- รัฐไม่ประกาศภัยพิบัติ วิกฤตฝุ่น “เชียงใหม่” หวั่นสะเทือนศก.ช่วงสงกรานต์
ที่มาข้อมูล : São Paulo State University (UNESP)
ที่มารูปภาพ : Envato
