เปิดโปงเครือข่ายค้า "บิลภาษีเถื่อน" ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดโปงเครือข่ายค้า "บิลภาษีเถื่อน" ทุนจดทะเบียนกว่า 400 ล้าน สร้างความเสียหายรัฐกว่า 360 ล้านบาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ "Anti Ghost Bill ทะลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ" เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 

ปฏิบัติการดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ และชัยภูมิ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลางได้ครบทั้ง 3 ราย , เครือข่ายนี้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทนอมินีด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 400 ล้านบาท และสร้างความเสียหายต่อระบบการจัดเก็บภาษีและเศรษฐกิจของประเทศไม่ต่ำกว่า 360 ล้านบาท

สรุปข่าว

วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) ตำรวจสอบสวนกลางและกรมสรรพากรแถลงผลปฏิบัติการ Anti Ghost Bill ทลายเครือข่ายค้าใบกำกับภาษีปลอม ซึ่งมีทุนจดทะเบียนบริษัทนอมินีกว่า 400 ล้านบาท และสร้างความเสียหายแก่รัฐไม่ต่ำกว่า 360 ล้านบาท , ,

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ "Anti Ghost Bill ทะลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ" เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 

ปฏิบัติการดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ และชัยภูมิ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลางได้ครบทั้ง 3 ราย , เครือข่ายนี้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทนอมินีด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 400 ล้านบาท และสร้างความเสียหายต่อระบบการจัดเก็บภาษีและเศรษฐกิจของประเทศไม่ต่ำกว่า 360 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลลักลอบขายใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ตัวแทนขายที่ใช้ชื่อในวงการว่า ‘อ้อ รฐา’ เป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าในลักษณะกลุ่มปิด ใบกำกับภาษีปลอมถูกออกในนามบริษัทที่มีนายปาณเดชา (สงวนนามสกุล) เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เมื่อมีการตกลงซื้อขาย ลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีม้าของนายคณพศ (สงวนนามสกุล) ก่อนที่เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีของนายปาณเดชาเพื่อกระจายรายได้ และจ่ายค่าตอบแทนให้ ‘อ้อ รฐา’ ผ่านระบบไปรษณีย์ไทย 

เครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนจากการขายบิลภาษีเถื่อนกว่า 300-400 ล้านบาทต่อปี การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย นางรฐา อายุ 61 ปี ซึ่งถูกจับกุมที่คอนโดมิเนียมย่านพระราม 3 กรุงเทพมหานคร นายคณพศ อายุ 50 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และนายปาณเดชา อายุ 33 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้กว่า 200 รายการ อาทิ ใบกำกับภาษี 105 ฉบับ, รายงานภาษีซื้อ-ขาย 12 แฟ้ม, สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม, ตราประทับบริษัท 18 ตรา, และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือรวม 35 เครื่อง 

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก" ตามประมวลรัษฎากร ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี ต่อ 1 กรรม ชุดสืบสวนระบุว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระเป็นจำนวนหลายกรรม การปฏิบัติการนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการทวงคืนภาษีชาติและรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ

ที่มาข้อมูล : CIB แถลง

ที่มารูปภาพ : CIB

แท็กบทความ

สำนักงานสอบสวนกลาง
ภาษีเลี่ยงภาษี
บิลภาษีเถื่อน
ตำรวจ