ตำรวจคุมเข้มวันหยุดยาว บังคับใช้ 10 ข้อหาจราจร ตั้งด่านวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตำรวจคุมเข้มวันหยุดยาว บังคับใช้ 10 ข้อหาจราจร ตั้งด่านวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ

ตำรวจคุมเข้มวันหยุดยาว บังคับใช้ 10 ข้อหาจราจร ตั้งด่านวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 โดยระดมกำลังตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานในพื้นที่ ดูแลการสัญจรบนถนนสายหลัก สายรอง และแหล่งท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันสำคัญ ทั้งวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

สรุปข่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับมาตรการดูแลการเดินทางช่วงวันหยุดยาว 25 ก.ค. - 2 ส.ค. 2569 ระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศอำนวยความสะดวกการจราจร พร้อมกวดขันความผิด 10 ข้อหาหลัก ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ตำรวจคุมเข้มวันหยุดยาว บังคับใช้ 10 ข้อหาจราจร ตั้งด่านวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 โดยระดมกำลังตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานในพื้นที่ ดูแลการสัญจรบนถนนสายหลัก สายรอง และแหล่งท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันสำคัญ ทั้งวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

ด้านการบริหารจัดการจราจร ได้กำหนดให้ตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยหลักดูแลเส้นทางสายสำคัญ พร้อมประเมินการเปิดช่องทางเดินรถพิเศษในจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่น รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคืนพื้นผิวการจราจรบริเวณที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และแจ้งข้อมูลเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ทุกพื้นที่จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำทางแยกสำคัญ สถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว และศาสนสถาน พร้อมเตรียมรถยกและอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายรถที่เกิดอุบัติเหตุหรือจอดกีดขวาง ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย จะเน้นความผิดเกี่ยวกับวินัยจราจร 10 ข้อหาหลัก ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในพื้นที่เสี่ยง และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดูแลจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ขณะเมาสุรา รวมถึงตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

สำหรับ 10 ข้อหาหลัก ที่เจ้าหน้าที่จะกวดขันเป็นพิเศษ ประกอบด้วย

  • เมาแล้วขับ
  • ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด
  • ฝ่าสัญญาณไฟจราจร
  • ขับรถย้อนศร
  • แซงในที่คับขัน
  • ไม่สวมหมวกนิรภัย
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
  • ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
  • ฝ่าฝืนป้ายหรือเครื่องหมายจราจร
  • ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว

นอกจากนี้ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้รับมอบหมายให้ติดตามสถานการณ์การจราจรและอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่และรายงานเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ตรวจสอบความพร้อมของรถและผู้ขับขี่ก่อนออกเดินทาง งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ พักผ่อนให้เพียงพอ ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้ง เพื่อให้การเดินทางช่วงวันหยุดยาวเป็นไปด้วยความปลอดภัย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บรรณาธิการออนไลน์