
รัฐต่าง ๆ รวม 25 รัฐได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายสิบประเทศ กล่าวหาทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายการค้ามาตรา 301 ในกฎหมายการค้าปี 1974 จากการใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ
เอกสารฟ้องร้องดังกล่าวที่ได้ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ นั้น เป็นการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า 10% และ 12.5% ที่รัฐบาลทรัมป์เพิ่งบังคับใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ครอบคลุมสินค้านำเข้า 99.4% หรือเกือบทั้งหมดของสินค้านำเข้าที่สหรัฐฯ นำเข้าทั้งหมด
สรุปข่าว
รัฐต่าง ๆ รวม 25 รัฐได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายสิบประเทศ กล่าวหาทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายการค้ามาตรา 301 ในกฎหมายการค้าปี 1974 จากการใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ
เอกสารฟ้องร้องดังกล่าวที่ได้ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ นั้น เป็นการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า 10% และ 12.5% ที่รัฐบาลทรัมป์เพิ่งบังคับใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ครอบคลุมสินค้านำเข้า 99.4% หรือเกือบทั้งหมดของสินค้านำเข้าที่สหรัฐฯ นำเข้าทั้งหมด
ในเอกสารฟ้องร้องนี้ กลุ่ม 25 รัฐได้ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามการเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าว ประกาศให้มาตรการภาษีนำเข้านี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้ศาลมีคำสั่งคืนเงินภาษีนำเข้าที่เสียไปแล้ว
รัฐที่ทำการฟ้องร้องภาษีทรัมป์ครั้งนี้ ต่างชี้ถึงผลกระทบของมาตรการนี้ ต่อเศรษฐกิจและต่อประชาชนชาวอเมริกันเอง เคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ชี้ว่า มาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าว เปรียบเสมือนเป็นการขึ้นภาษีต่อชาวอเมริกันเอง เพราะส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าจำเป็นในสหรัฐฯ แพงขึ้น สินค้าที่ชาวนิวยอร์กต้องซื้อและพึ่งพาเป็นประจำทุกวันมากมายนับไม่ถ้วนจะมีราคาแพงขึ้น รวมไปถึงราคาวัสดุก่อสร้างด้วย
ส่วน 25 รัฐ ที่ฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ ได้แก่ นิวยอร์ก แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนตทิคัต เดลาแวร์ ฮาวาย อิลลินอยส์ เคนตักกี แมสซาชูเซตส์ แมริแลนด์ เมน มิชิแกน มินนิโซตา เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก นอร์ทแคโรไลนา โอเรกอน เพนซิลเวเนีย โรดไอร์แลนด์ เวอร์จิเนีย เวอร์มอนต์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต
ที่มาข้อมูล : BBC, Reuters
ที่มารูปภาพ : Reuters
