ทรัมป์เผยอิสราเอลพอใจ ฮามาสปลดอาวุธ แต่ย้ำยังไม่ถอนทหาร

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์เผยอิสราเอลพอใจ ฮามาสปลดอาวุธ แต่ย้ำยังไม่ถอนทหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ (31 กรกฎาคม) อิสราเอลมีความพึงพอใจอย่างมากต่อข้อตกลงที่คณะทำงานด้านสันติภาพของเขา (Board of Peace) จัดทำขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ทั้งหมดในฉนวนกาซาปลดอาวุธโดยสมบูรณ์

ทรัมป์กล่าวว่า "เรามีความเข้าใจร่วมกับอิสราเอล อิสราเอลพอใจกับเรื่องนี้มาก พวกเขาให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี แม้กระบวนการจะมีทั้งช่วงที่ราบรื่นและอุปสรรค เพราะสถานการณ์ในพื้นที่มีความซับซ้อนมาก"

เขาระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น "ความก้าวหน้าครั้งใหญ่" เพราะก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถทำให้ฮามาสยอมปลดอาวุธได้ "นี่คือก้าวสำคัญสำหรับตะวันออกกลาง ผู้คนต่างประทับใจและรู้สึกประหลาดใจกับความคืบหน้าครั้งนี้"

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยกองกำลังอิสราเอลจะทยอยถอนกำลังตามความคืบหน้าของการปลดอาวุธ ขณะที่จะมีกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force) ทำงานร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่ เพื่อดูแลความมั่นคงในฉนวนกาซา

แม้ทรัมป์จะเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่" แต่ก็ยังมีสัญญาณจากทั้งอิสราเอลและฮามาสว่า ยังมีอุปสรรคสำคัญก่อนที่จะสามารถนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริงได้

ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูแตร์เรส เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามแผนงานที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ตั้งข้อสงสัยหรือพยายามบ่อนทำลายกระบวนการ เขากล่าวว่า "ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้"

คณะทำงานด้านสันติภาพของทรัมป์เผยแพร่ แผนปฏิบัติการ 15 ข้อ (Roadmap) ซึ่งกำหนดให้อิสราเอล, ฮามาส และกลุ่มปาเลสไตน์อื่น ๆ ปฏิบัติตามข้อตกลงชาร์ม เอล-ชีคห์ (Sharm el-Sheikh Agreement) อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา

แผนดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการบริหารแห่งชาติกาซา หรือเอ็นซีเอจี (National Committee of Administration of Gaza - NCAG) จะเข้ารับหน้าที่บริหารกิจการพลเรือนในฉนวนกาซา

นอกจากนี้ เอ็นซีเอจีจะกำกับดูแลกระบวนการ ปลดประจำการอาวุธหนัก, ปิดโรงงานผลิตอาวุธ, เก็บรักษาคลังอาวุธ และปิดอุโมงค์ทางทหาร แผนยังระบุด้วยว่า อาวุธที่ปลดออกจะไม่ถูกส่งมอบให้อิสราเอลหรือประเทศอื่นที่ไม่ใช่ฝ่ายปาเลสไตน์


สรุปข่าว

ทรัมป์เผย อิสราเอล "พึงพอใจมาก" กับข้อตกลงปลดอาวุธฮามาส ชี้เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสู่สันติภาพในกาซา แต่อิสราเอลยืนยันว่าจะ ไม่ถอนทหาร หากฮามาสยังไม่ปลดอาวุธอย่างแท้จริง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ (31 กรกฎาคม) อิสราเอลมีความพึงพอใจอย่างมากต่อข้อตกลงที่คณะทำงานด้านสันติภาพของเขา (Board of Peace) จัดทำขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ทั้งหมดในฉนวนกาซาปลดอาวุธโดยสมบูรณ์

ทรัมป์กล่าวว่า "เรามีความเข้าใจร่วมกับอิสราเอล อิสราเอลพอใจกับเรื่องนี้มาก พวกเขาให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี แม้กระบวนการจะมีทั้งช่วงที่ราบรื่นและอุปสรรค เพราะสถานการณ์ในพื้นที่มีความซับซ้อนมาก"

เขาระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น "ความก้าวหน้าครั้งใหญ่" เพราะก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถทำให้ฮามาสยอมปลดอาวุธได้ "นี่คือก้าวสำคัญสำหรับตะวันออกกลาง ผู้คนต่างประทับใจและรู้สึกประหลาดใจกับความคืบหน้าครั้งนี้"

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยกองกำลังอิสราเอลจะทยอยถอนกำลังตามความคืบหน้าของการปลดอาวุธ ขณะที่จะมีกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force) ทำงานร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่ เพื่อดูแลความมั่นคงในฉนวนกาซา

แม้ทรัมป์จะเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่" แต่ก็ยังมีสัญญาณจากทั้งอิสราเอลและฮามาสว่า ยังมีอุปสรรคสำคัญก่อนที่จะสามารถนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริงได้

ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูแตร์เรส เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามแผนงานที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ตั้งข้อสงสัยหรือพยายามบ่อนทำลายกระบวนการ เขากล่าวว่า "ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้"

คณะทำงานด้านสันติภาพของทรัมป์เผยแพร่ แผนปฏิบัติการ 15 ข้อ (Roadmap) ซึ่งกำหนดให้อิสราเอล, ฮามาส และกลุ่มปาเลสไตน์อื่น ๆ ปฏิบัติตามข้อตกลงชาร์ม เอล-ชีคห์ (Sharm el-Sheikh Agreement) อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา

แผนดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการบริหารแห่งชาติกาซา หรือเอ็นซีเอจี (National Committee of Administration of Gaza - NCAG) จะเข้ารับหน้าที่บริหารกิจการพลเรือนในฉนวนกาซา

นอกจากนี้ เอ็นซีเอจีจะกำกับดูแลกระบวนการ ปลดประจำการอาวุธหนัก, ปิดโรงงานผลิตอาวุธ, เก็บรักษาคลังอาวุธ และปิดอุโมงค์ทางทหาร แผนยังระบุด้วยว่า อาวุธที่ปลดออกจะไม่ถูกส่งมอบให้อิสราเอลหรือประเทศอื่นที่ไม่ใช่ฝ่ายปาเลสไตน์


ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters