เผยสาเหตุรถไฟชนกันที่สเปน คร่าชีวิตอย่างน้อย 68 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เผยสาเหตุรถไฟชนกันที่สเปน คร่าชีวิตอย่างน้อย 68 ราย


สืบเนื่องจากเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันทางตอนใต้กรุงมาดริดของสเปนระหว่างเที่ยวเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองเซบียา จนคร่าชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 68 ราย และอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก

ล่าสุด “ออสการ์ ปูเอนเต” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปนออกมาเปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรถไฟของเรนเฟ  (Renfe) บริษัทผู้ให้บริการรถไฟของรัฐสเปน ได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อไป ทั้งที่มีสัญญาณไฟแดงแสดงอยู่ และมีรถไฟจอดนิ่งอยู่ข้างหน้า นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสเปน ยังระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ก่อนจะตามมาด้วยความผิดพลาดของมนุษย์ โดยนับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของยุโรป และเป็นเหตุรถไฟชนกันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสเปนในรอบ 13 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน ยังอธิบายว่า เมื่อระบบเกิดความขัดข้อง ศูนย์ควบคุมรถไฟที่ดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงในกรุงมาดริดจะเข้ามารับช่วงควบคุมการเดินรถ แต่ศูนย์ดังกล่าวกลับตัดสินใจสั่งให้รถไฟกลับมาเคลื่อนขบวนอีกครั้งโดยไม่มีการจำกัดความเร็ว ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ “ไม่อาจอธิบายได้”

ขณะที่ ผู้รอดชีวิตเล่าถึงภาพเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ ว่าตอนเกิดเหตุผู้โดยสารบางคนถูกแรงกระแทกเหวี่ยงลอยขึ้นไปในอากาศ ขณะที่บางคนติดอยู่ในซากรถไฟ และต้องทุบกระจกหน้าต่างเพื่อหนีออกมา และจนถึงขณะนี้ยังคงมีรถฉุกเฉินหลายสิบคันเร่งเดินทางเข้าออกพื้นที่เกิดเหตุ ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้รถตู้สีดำหลายคันจากสถานประกอบการจัดการศพได้เดินทางมาถึงพื้นที่ด้วย

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลประจำแคว้นกัสติยา-ลามันชาเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน ในจำนวนนี้ 58 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และ 15 คนมีอาการสาหัสขั้นวิกฤต ขณะเดียวกันบริษัทเรนเฟ (Renfe) ยืนยันในแถลงการณ์ว่า เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายหลักจากกรุงมาดริดไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของสเปนถูกระงับให้บริการ หลังจากรถไฟขบวนหนึ่งของบริษัทประสบอุบัติเหตุกับรถไฟของบริษัทอีริโอ (Iryo) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟเอกชนของสเปน



สรุปข่าว

เผยสาเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันทางตอนใต้ของกรุงมาดริด จนคร่าชีวิต 68 ราย กระทรวงคมนาคมสเปนระบุเป็นความผิดพลาดทั้งจากระบบและความผิดพลาดของมนุษย์อย่าง “ไม่อาจอธิบายได้”


สืบเนื่องจากเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันทางตอนใต้กรุงมาดริดของสเปนระหว่างเที่ยวเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองเซบียา จนคร่าชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 68 ราย และอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก

ล่าสุด “ออสการ์ ปูเอนเต” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปนออกมาเปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรถไฟของเรนเฟ  (Renfe) บริษัทผู้ให้บริการรถไฟของรัฐสเปน ได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อไป ทั้งที่มีสัญญาณไฟแดงแสดงอยู่ และมีรถไฟจอดนิ่งอยู่ข้างหน้า นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสเปน ยังระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ก่อนจะตามมาด้วยความผิดพลาดของมนุษย์ โดยนับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของยุโรป และเป็นเหตุรถไฟชนกันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสเปนในรอบ 13 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน ยังอธิบายว่า เมื่อระบบเกิดความขัดข้อง ศูนย์ควบคุมรถไฟที่ดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงในกรุงมาดริดจะเข้ามารับช่วงควบคุมการเดินรถ แต่ศูนย์ดังกล่าวกลับตัดสินใจสั่งให้รถไฟกลับมาเคลื่อนขบวนอีกครั้งโดยไม่มีการจำกัดความเร็ว ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ “ไม่อาจอธิบายได้”

ขณะที่ ผู้รอดชีวิตเล่าถึงภาพเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ ว่าตอนเกิดเหตุผู้โดยสารบางคนถูกแรงกระแทกเหวี่ยงลอยขึ้นไปในอากาศ ขณะที่บางคนติดอยู่ในซากรถไฟ และต้องทุบกระจกหน้าต่างเพื่อหนีออกมา และจนถึงขณะนี้ยังคงมีรถฉุกเฉินหลายสิบคันเร่งเดินทางเข้าออกพื้นที่เกิดเหตุ ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้รถตู้สีดำหลายคันจากสถานประกอบการจัดการศพได้เดินทางมาถึงพื้นที่ด้วย

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลประจำแคว้นกัสติยา-ลามันชาเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน ในจำนวนนี้ 58 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และ 15 คนมีอาการสาหัสขั้นวิกฤต ขณะเดียวกันบริษัทเรนเฟ (Renfe) ยืนยันในแถลงการณ์ว่า เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายหลักจากกรุงมาดริดไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของสเปนถูกระงับให้บริการ หลังจากรถไฟขบวนหนึ่งของบริษัทประสบอุบัติเหตุกับรถไฟของบริษัทอีริโอ (Iryo) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟเอกชนของสเปน



ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Reuters