“อิลฮาน โอมาร์” สส.เดโมแครต เดือดร้อน ถูกรัฐบาลสอบสวน ลุ้นเพิกถอนสัญชาติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อิลฮาน โอมาร์” สส.เดโมแครต เดือดร้อน ถูกรัฐบาลสอบสวน ลุ้นเพิกถอนสัญชาติ

ผู้สอบสวนออกหมายเรียกญาติและตรวจสอบเอกสารประวัติการเข้าเมือง ตามรายงานของหนังสือพิมพ์หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการสอบสวนว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสอบสวน “อิลฮาน โอมาร์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิกถอนสัญชาติสหรัฐฯ ของเธอ และเนรเทศออกนอกประเทศในท้ายที่สุด

รายงานระบุว่า การสอบสวนมุ่งตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการได้สัญชาติสหรัฐฯ ของโอมาร์ หลังจากเธอเดินทางเข้าประเทศในฐานะผู้ลี้ภัยจากโซมาเลีย เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารประวัติการเข้าเมืองของครอบครัวเธอ และออกหมายเรียกมากกว่า 12 ฉบับ รวมถึงหมายเรียกญาติบางคนของเธอ เพื่อให้เข้าให้การต่อคณะลูกขุนใหญ่ในรัฐมินนิโซตา

สรุปข่าว

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบเอกสารประวัติการเข้าเมืองของ “อิลฮาน โอมาร์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นอดีตผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลีย โดยมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาเพิกถอนสัญชาติอเมริกันและเนรเทศเธอออกจากประเทศ จากข้อสงสัยเรื่องการแจ้งข้อมูลอายุคลาดเคลื่อนในอดีตเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติ

ผู้สอบสวนออกหมายเรียกญาติและตรวจสอบเอกสารประวัติการเข้าเมือง ตามรายงานของหนังสือพิมพ์หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการสอบสวนว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสอบสวน “อิลฮาน โอมาร์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิกถอนสัญชาติสหรัฐฯ ของเธอ และเนรเทศออกนอกประเทศในท้ายที่สุด

รายงานระบุว่า การสอบสวนมุ่งตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการได้สัญชาติสหรัฐฯ ของโอมาร์ หลังจากเธอเดินทางเข้าประเทศในฐานะผู้ลี้ภัยจากโซมาเลีย เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารประวัติการเข้าเมืองของครอบครัวเธอ และออกหมายเรียกมากกว่า 12 ฉบับ รวมถึงหมายเรียกญาติบางคนของเธอ เพื่อให้เข้าให้การต่อคณะลูกขุนใหญ่ในรัฐมินนิโซตา

สำนักงานของโอมาร์ปฏิเสธการสอบสวนดังกล่าว โดยระบุกับหนังสือพิมพ์ว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่มีมูลความจริง

รายงานนี้ถูกเผยแพร่เพียงไม่กี่วันหลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าตรวจค้นบ้านพักของโอมาร์ ซึ่งสำนักงานของเธอเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “การยกระดับการดำเนินการต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง” ของรัฐบาลทรัมป์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การตรวจค้นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสำคัญที่พรรครีพับลิกันต้องการรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสไว้ ขณะที่โอมาร์กำลังลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งผู้แทนเขตเลือกตั้งที่ 5 ของรัฐมินนิโซตาเป็นสมัยที่ 5

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่า การตรวจค้นบ้านของโอมาร์เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนของรัฐบาลกลางที่ยังดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และสมุดบันทึกของโอมาร์ไปด้วย

โอมาร์เดินทางเข้าสหรัฐฯ ในปี 1995 หลังจากอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในเคนยา และได้รับสัญชาติสหรัฐฯ ในปี 2000 ก่อนหน้านี้ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ฉ้อโกงเกี่ยวกับการเข้าเมือง ประเด็นสำคัญในการสอบสวนเรื่องสัญชาติอยู่ที่ข้อสงสัยว่า โอมาร์หรือบิดาผู้ล่วงลับของเธออาจแก้ไขข้อมูลอายุในเอกสารการเข้าเมือง เพื่อระบุว่าเธอมีอายุ 17 ปี แทนที่จะเป็น 18 ปี ในช่วงเวลาที่บิดาของเธอยื่นขอสัญชาติ โดยผู้สอบสวนกำลังตรวจสอบว่า การระบุอายุดังกล่าวทำให้โอมาร์สามารถได้รับสัญชาติผ่านทางบิดาได้หรือไม่ แทนที่จะต้องยื่นคำขอสัญชาติแยกต่างหากด้วยตนเอง

บิดาของโอมาร์เสียชีวิตในปี 2020 ทำให้การรวบรวมหลักฐานยากขึ้น โดยเฉพาะการพิสูจน์ว่าโอมาร์เป็นผู้ให้ข้อมูลอายุของตนเองอันเป็นเท็จ หรือบิดาของเธอเป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวแทนเธอ

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานตรวจสอบของรัฐสภาเคยตรวจสอบและไม่พบการกระทำผิดของโอมาร์ในประเด็นการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินที่มีการแจ้งมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริง

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ” กับการตรวจค้นดังกล่าว พร้อมระบุว่าเรื่องนี้ “ขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรม”

ที่มาข้อมูล : Al Jazeera

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ