นักโบราณคดีพบ เรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในยุคสำริดตอนต้นเมื่อ 4,400-4,700 ปีก่อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นักโบราณคดีพบ เรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในยุคสำริดตอนต้นเมื่อ 4,400-4,700 ปีก่อน

นักโบราณคดีเปิดเผยว่า มีการค้นพบซากเรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุดในโลกบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศตุรกี จากการตรวจสอบพบว่าเรือลำนี้มีอายุระหว่าง 4,400 - 4,700 ปี ซึ่งตรงกับยุคสำริดตอนต้น (Early Bronze Age) และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซา


แม้ว่าโครงสร้างไม้ของเรือจะผุพังไปตามกาลเวลาจนไม่หลงเหลืออยู่ แต่ยังคงพบไหดินเผาสำหรับบรรจุสินค้าวางกระจัดกระจายอยู่บนพื้นทะเล และที่น่าทึ่งคือ ไหบางใบยังคงมีร่องรอยของสิ่งที่เคยบรรจุอยู่ภายในหลงเหลือให้เห็น


นักโบราณคดีผู้ค้นพบระบุว่า เรือลำนี้มีความยาวประมาณ 10 เมตร และเป็นเรือสินค้าที่ใช้ขนส่งสินค้าข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พบใกล้กับชายฝั่งของเกาะเคโควา (Kekova Island) ในจังหวัดอันตัลยา ประเทศตุรกี โดยมีโบราณวัตถุกระจัดกระจายอยู่ตามแนวลาดชันใต้น้ำ ที่ระดับความลึกเพียง 30 เมตรจากผิวน้ำ

สรุปข่าว

นักโบราณคดีค้นพบซากเรือสินค้าอับปางที่เก่าแก่ที่สุดในโลกบริเวณนอกชายฝั่งเกาะเคโควา ประเทศตุรกี มีอายุราว 4,400-4,700 ปี ในยุคสำริดตอนต้น (ร่วมสมัยกับการสร้างพีระมิดแห่งกีซา) แม้ตัวเรือไม้จะผุพังไปหมดแล้ว แต่ยังพบไหดินเผา (แอมฟอรา) กว่า 30 ใบ และสมอหิน 3 ชิ้น ซึ่งนักโบราณคดียืนยันอายุจากการวิเคราะห์รูปทรงของภาชนะดินเผาที่มีลักษณะตรงกับโบราณวัตถุในอียิปต์และตะวันออกกลางยุคเดียวกัน

นักโบราณคดีเปิดเผยว่า มีการค้นพบซากเรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุดในโลกบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศตุรกี จากการตรวจสอบพบว่าเรือลำนี้มีอายุระหว่าง 4,400 - 4,700 ปี ซึ่งตรงกับยุคสำริดตอนต้น (Early Bronze Age) และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซา


แม้ว่าโครงสร้างไม้ของเรือจะผุพังไปตามกาลเวลาจนไม่หลงเหลืออยู่ แต่ยังคงพบไหดินเผาสำหรับบรรจุสินค้าวางกระจัดกระจายอยู่บนพื้นทะเล และที่น่าทึ่งคือ ไหบางใบยังคงมีร่องรอยของสิ่งที่เคยบรรจุอยู่ภายในหลงเหลือให้เห็น


นักโบราณคดีผู้ค้นพบระบุว่า เรือลำนี้มีความยาวประมาณ 10 เมตร และเป็นเรือสินค้าที่ใช้ขนส่งสินค้าข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พบใกล้กับชายฝั่งของเกาะเคโควา (Kekova Island) ในจังหวัดอันตัลยา ประเทศตุรกี โดยมีโบราณวัตถุกระจัดกระจายอยู่ตามแนวลาดชันใต้น้ำ ที่ระดับความลึกเพียง 30 เมตรจากผิวน้ำ

ศาสตราจารย์ Hakan Öniz จากมหาวิทยาลัย Akdeniz ในตุรกี และหัวหน้าคณะสำรวจของสมาคมโบราณคดีเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Archaeology Association) กล่าวว่า “ซากเรืออับปางลำนี้เปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลาที่อยู่ใต้ก้นทะเล”


มีการค้นพบสมอหินขนาดใหญ่จำนวน 3 ชิ้น รวมถึงภาชนะดินเผาสำหรับเก็บสินค้าที่เรียกว่า “แอมฟอรา” (amphorae) อีกกว่า 30 ใบ


การที่ไม่มีชิ้นส่วนไม้ของเรือหลงเหลืออยู่เลย ทำให้ไม่สามารถใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น การหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นการวัดคาร์บอนในวัสดุอินทรีย์ เพื่อกำหนดอายุของเรือได้

ดังนั้น นักโบราณคดีจึงวิเคราะห์รูปทรงของภาชนะดินเผา เนื่องจากรูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา รูปแบบที่แตกต่างกันจึงเชื่อมโยงกับช่วงเวลาต่าง ๆ


เครื่องปั้นดินเผาเคโคว่ามีลักษณะเฉพาะ คือมีหูจับสองข้าง มีสันตรงกลาง และฐานแบน


โอนิซกล่าวว่า การออกแบบนี้ตรงกับภาชนะดินเผาอื่น ๆ ที่ขุดพบในอียิปต์และตะวันออกกลาง ซึ่งทราบกันว่ามีอายุ 4,400-4,700 ปี


“เมื่อเปรียบเทียบเทคนิคการตกแต่ง...เราสามารถบอกได้อย่างแน่นอนว่าซากเรือของเราอยู่ในยุคสำริดตอนต้น นี่คือความจริง 100%”

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Hakan Öniz